เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
ดูทั้งหมด

ธนาคารโลกให้ไทยกู้ 200 ล้านดอลล่าร์ ลุย “เมืองคาร์บอนต่ำ” ลดพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง

19 ต.ค. 2569 | 17:03น.
เครดิตภาพจากธนาคารโลก

ประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกชูโมเดลเมืองคาร์บอนต่ำ ลดต้นทุนพลังงาน ดึงดูดการลงทุน และสร้างงาน โดยธนาคารโลกให้ไทยเงินกู้ 200 ล้านดอลล่าร์

ประเทศไทยและกลุ่มธนาคารโลกนำเสนอแนวทางใหม่ในการลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อสร้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในระหว่างการประชุมประจำปี 2026 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้นำภาคธุรกิจเข้าร่วม

โครงการนี้แสดงให้เห็นว่าภาครัฐสามารถใช้เงินทุนสาธารณะเพื่อวางระบบและสร้างกลไกที่เอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานสะอาดของภาคธุรกิจและนักลงทุนเอกชนในวงกว้างได้อย่างไร

หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ โครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project: LCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก ด้วยวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,700 ล้านบาท)

กระทรวงการคลังของไทยระบุว่า โครงการ LCC ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลกผ่านวงเงินกู้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Thailand) โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อสนับสนุนบริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Companies: ESCOs) ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทรัพย์สินภาครัฐ

โครงการนี้ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ เมือง และนิคมอุตสาหกรรม สามารถลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และนำเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมาใช้ เพื่อลดค่าไฟฟ้าและการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

คาดว่าโครงการจะเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนได้สูงถึง 180 เมกะวัตต์ และช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 448 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อปีของครัวเรือนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ประมาณ 100,000 ครัวเรือน

นอกเหนือจากการสนับสนุนเงินลงทุนในแต่ละโครงการแล้ว LCC ยังมุ่งพัฒนาระบบที่สามารถขยายผลไปได้ทั่วประเทศ โดยรวบรวมโครงการลงทุนขนาดเล็กให้เป็นชุดการลงทุนขนาดใหญ่ กำหนดรูปแบบและเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเปิดโอกาสให้บริษัทผู้จัดการพลังงาน และให้บริการด้านพลังงานจากภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม แนวทางนี้จะช่วยให้โครงการพลังงานสะอาดเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นและมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนมากขึ้น

อีกองค์ประกอบสำคัญคือการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต โดยภาคธุรกิจสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งผ่านการตรวจสอบและรับรองอย่างเป็นอิสระ กลไกนี้จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แก่โครงการ และจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือหลายภาคส่วน

ธนาคารกรุงไทยจะทำหน้าที่รวบรวมคาร์บอนเครดิตที่ผ่านเกณฑ์จากโครงการต่างๆ นำไปเสนอขาย ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะสนับสนุนการจัดประมูลที่โปร่งใส เพื่อเชื่อมโยงผู้ขายและผู้ซื้อ โดยในงานนี้มีภาคเอกชนที่ให้ความสนใจเป็นผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), Grab, บริษัท เอซีอีไอเอส อิเล็คทริค แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (ACEIS Electric and Power Co. Ltd.) และ DriverAI ความสนใจของบริษัทเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการซื้อคาร์บอนเครดิตจากภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดตให้เกิดขึ้นได้จริง

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังพัฒนานโยบายและเสริมสร้างความเข้มแข็งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดคาร์บอน ธนาคารโลกให้การสนับสนุนเงินทุนจำนวน 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการความร่วมมือเพื่อการดำเนินงานตามกลไกตลาด (Partnership for Market Implementation – PMI) เพื่อสนับสนุนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในการพัฒนานโยบายกำหนดราคาคาร์บอน กฎเกณฑ์ของตลาด และมาตรการช่วยให้ภาคธุรกิจและแรงงานปรับตัวต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้ นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยยังสนับสนุนเงินเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

ในระยะต่อไป โครงการ I-SPARK ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในจังหวัดระยอง เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการขยายผลโมเดลนี้ไปสู่หนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมที่ใช้ร่วมกัน โดย ปตท. ประเมินว่าโครงการนี้มีศักยภาพที่จะดึงดูดการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างโอกาสรองรับการจ้างงานมากกว่า 13,000 ตำแหน่งภายในปี 2578

กลุ่มธนาคารโลกอาจพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม รวมถึงผ่านบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) เพื่อพัฒนาโอกาสเหล่านี้ให้เป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจและสามารถดึงดูดนักลงทุนภาคเอกชนได้ ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมใด ๆ ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการประเมินและการอนุมัติตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ความริเริ่มเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การใช้เงินทุนภาครัฐอย่างมีกลยุทธ์สามารถช่วยสร้างตลาด ดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนในวงกว้าง และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงทางพลังงานและมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นได้อย่างไรพร้อมทั้งเป็นแนวทางที่ประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารโลก