ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
ปลัดคลัง ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ กรณีม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้มีบัฟเฟอร์สูง-ไม่ตัดสวัสดิการที่จำเป็นประชาชน พร้อมคุมการรั่วไหลตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแทน เผยเล็งส่ง ‘โครงการโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน’ เข้า ครม.ภายในเดือนนี้
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางและสถานะทางการคลังของประเทศไทย สืบเนื่องจากเกิดกรณีฝรั่งเศส มีเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะสูง จนมีข้อสงสัยว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดกับประเทศไทยหรือไม่
สถานะการคลัง ‘ไทย’ ต่างจาก ‘ฝรั่งเศส’
นายลวรณ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยความมั่นคงทางการคลัง และแนวทางการบริหารงบประมาณของรัฐบาล โดยปัจจุบันสถานะการคลังของไทยแตกต่างจากประเทศฝรั่งเศส ประเทศไทยถือว่ายังมีกันชนทางการคลัง (Buffer) อยู่ในระดับสูงและรัฐบาลให้ความสำคัญกับวินัยทางการเงินการคลังอย่างเข้มงวด ซึ่งในเรื่องวินัยการคลังนี้เป็นเรื่องที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ความสำคัญอย่างมาก
ทั้งนี้ผลกระทบในต่างประเทศ เกิดจากการไปตัดลดงบประมาณดูแลประชาชน หรือทำให้คุณภาพการให้บริการลดลง แต่ในส่วนของประเทศไทยยังคงระดับการใช้จ่ายสวัสดิการและการดูแลประชาชนไว้เท่าเดิม โดยประเทศไทยให้ความสำคัญกับการควบคุมการรั่วไหลและตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแทน
นายลวรณ กล่าวต่อว่า สถานะความเข้มแข็งทางการคลังของประเทศไทย ยังได้รับการรับรองจากบริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้งระดับโลก (Credit Rating Agency) 3 แห่งให้ความเชื่อมั่นกับเศรษฐกิจ และสถานะการคลังของไทย โดยได้ให้การยอมรับและเห็นถึงวินัยทางการเงินการคลังที่ประเทศไทยปฏิบัติมาโดยตลอด จนนำไปสู่การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น
“ปัญหาหนี้สะสม เป็นเรื่องที่สะสมมานานและต้องใช้เวลาในการบริหารจัดการ แต่รัฐบาลเน้นย้ำหลักการไม่ก่อหนี้ใหม่โดยไม่จำเป็น และหากมีความจำเป็นต้องกู้เงิน การกู้เงินไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สำคัญที่ต้องนำเงินไปใช้ในโครงการที่เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพต่อประเทศอย่างแท้จริง”
พ.ย.นี้ ชง ครม. ‘โครงการโซลาร์เซลล์หลังคาบ้าน’
ส่วนความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านประชาชน ขณะนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ได้ประชุมพิจารณารายละเอียดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3–4 วันแล้ว และยังมีการประชุมเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
โดยเน้นการพิจารณาโครงการที่มีความเชื่อมโยงกัน เช่น ระบบ Smart ต่าง ๆ เพื่อขยายผลและเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาในชั้นอนุกรรมการแล้ว 2–3 ครั้ง เพื่อตรวจดูรายละเอียดอย่างรัดกุมรอบคอบ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
เมื่อถามว่า จะสามารถเสนอ ครม.ได้ภายในเดือนนี้หรือไม่ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า น่าจะได้ในเดือนนี้
และเมื่อถามถึงความคืบหน้ามาตรการภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะมีการขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาตามกระบวนการต่อไป โดยเรื่องทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากรองนายกและ รมว.คลัง ตัดสินใจเรื่องนี้ต่อไป