Meta ขานรับ ดีอี เพิ่มตรวจสอบ สแกนหน้า ก่อนซื้อโฆษณา
DE ผนึก Meta (Facebook) ยกระดับยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาออนไลน์ เตรียมใช้ No ID, No Ads ต้น พ.ย.นี้ ยันไม่ทิ้ง SMEs พร้อมช่วยเตรียมความพร้อม
รายงานข่าวจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า ดีอีเดินหน้าขอความร่วมมือ Meta เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มุ่งลดช่องทางของมิจฉาชีพในการใช้โฆษณาหลอกลวงประชาชน No ID, No Ads. “Verify identities. Stop online scams.” ด้าน Meta ตอบรับพร้อมปฏิบัติตามประกาคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) และร่วมมือกับภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถยืนยันตัวตนได้ตามกำหนด
โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้เดินหน้าขอความร่วมมือจาก Meta ยกระดับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (Ads Payer Verification) บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพที่ใช้โฆษณาออนไลน์หลอกลวงประชาชนและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน
ด้าน Meta ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 2) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา ผ่านการตรวจสอบเอกสารร่วมกับการเปรียบเทียบใบหน้าหรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือสูง พร้อมจัดเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณาอย่างน้อย 90 วันหลังโฆษณาสิ้นสุด
ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม โดย Meta ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ลงโฆษณาที่ประสงค์จะลงโฆษณาในประเทศไทยดำเนินการยืนยันตัวตนบนแพลตฟอร์มให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
นอกจากนี้ Meta พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวง DE และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้ผู้ลงโฆษณา โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถยืนยันตัวตนได้ทันกำหนด และดำเนินธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เตรียมบังคับใช้ ประกาศฉบับใหม่ (ประกาศเมื่อ พ.ค. 2569 มีผล 1 พ.ย. 2569) เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีสาระสำคัญคือ ผู้ที่ต้องการยิงโฆษณาออนไลน์ให้คนไทยเห็น จะต้องยืนยันตัวตนกับแพลตฟอร์มก่อนเผยแพร่
มีผลให้ผู้ลงโฆษณาออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ที่จะแสดงโฆษณา (ยิง Ads) แก่ผู้ใช้ในประเทศไทย บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, LINE, TikTok และ X จะต้องยืนยันตัวตน (KYC) โดยบุคคลธรรมดา จะใช้การสแกนใบหน้าคู่กับบัตรประชาชน หรือใช้ระบบ Digital ID
ส่วนนิติบุคคล หรือชาวต่างชาติ ให้ใช้หนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือหนังสือเดินทาง โดยการยืนยันตัวตนมีผลใช้งานได้ 1 ปี จากนั้นต้องทำใหม่
ขณะเดียวกัน ทางแพลตฟอร์มดิจิทัลต้องมีการจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวตนของผู้ทำโฆษณาและผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ ไม่น้อยกว่า 90 วัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบและติดตามได้กรณีเกิดปัญหาหรือการฉ้อโกง