หนุ่มจีนสร้าง Hoverboard บินได้! ใช้ AI วิเคราะห์-โค้ชฝึกบิน อินสไปร์ ‘กรีนก็อบลิน Spider-Man’
‘ซ่ง ซิงอวี่’ หรือ ‘เซินฉี อาอวี่’ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ Gen Z จากมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ผู้ทำให้หลายสายตาทั่วโลกต้องตะลึงด้วยการประดิษฐ์สเกตบอร์ดลอยฟ้าของวายร้าย ‘กรีนก็อบลิน’ จากภาพยนตร์ Spider-Man ขึ้นมาใช้งานจริง ทั้งนำเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์-โค้ชการทรงตัว จนสามารถทะยานข้ามแม่น้ำแยงซีได้อย่างงดงาม กลายเป็นไวรัลสะเทือนวงการนวัตกรรมดัดแปลง
ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Spider-Man อาจเป็นเพียงเรื่องราวในจินตนาการสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ ซ่ง ซิงอวี่ (Song Xingyu) หรือที่แฟน ๆ ในโลกออนไลน์รู้จักกันในชื่อ ‘เซินฉี อาอวี่ (Shenqi Ayu / 神奇阿宇)’ นักประดิษฐ์ที่เป็นครีเอเตอร์วัยรุ่น Gen Z จากอำเภอบาตง มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ภาพยนตร์ไอ้แมงมุมคือแรงบันดาลใจครั้งใหญ่ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมชิ้นนี้ของเขา
ซ่งตัดสินใจออกจากระบบการศึกษาในวัยเพียง 14 ปี เพื่อเดินตามความปรารถนาของตัวเอง เขาใช้เวลาหลังจากนั้นในการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างหนัก ทั้งในด้านวิศวกรรมกลไก (Mechanics), ระบบควบคุมการบิน (Flight Control) ไปจนถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนกระทั่งเริ่มต้นโปรเจ็กต์เนรมิต “สเกตบอร์ดลอยฟ้าของกรีนก็อบลิน” ให้กลายเป็นความจริง
Dreams Built By Hand

Youtube/I Built a Flying Board… and Actually Flew It (神奇阿宇AmazingAyu)
ซ่งได้โพสต์เปิดตัววิดีโอซีรีส์ “Dreams Built By Hand” ผ่านช่องทาง Youtube โดยมีอีพีแรกเป็นนวัตกรรม ‘Flying Hoverboard’ ซึ่งก็คือสเกตบอร์ดบินได้ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ในดวงใจของเขาอย่าง Spider-Man สำหรับแฟนภาพยนตร์คงรู้กันอยู่แล้วว่า ถ้าเอ่ยถึงฟลายอิ้งบอร์ดต้องนึกถึงวายร้ายในตำนาน ตั้งแต่ภาพยนตร์เปิดตัวชิ้นแรกของไอ้แมงมุมในปี 2002 ซึ่งก็คือ ‘กรีนก็อบลิน’ นั่นเอง
ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ซ่งได้สร้างสเกตบอร์ดลอยฟ้าต้นแบบเวอร์ชั่นแรกขึ้นมาโดยเลือกใช้ เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ต (Turbojet Engines) ขนาดใหญ่แรงขับ 80 กิโลกรัม ผสานกับเครื่องยนต์ขนาดเล็กอีก 4 ตัว รวมเป็น 5 เครื่องยนต์ ซึ่งมีพละกำลังแรงขับมหาศาลพอที่จะยกผู้ใหญ่ให้ลอยได้ถึง 3 คนพร้อมกัน
ทว่า ในระหว่างการทดสอบเดินเครื่องจริง ปัญหาร้ายแรงกลับเกิดขึ้นเมื่อระบบเกิดไฟลุกไหม้อย่างกะทันหัน ชนวนเหตุมาจากตำแหน่งของเครื่องยนต์ที่ติดตั้งใกล้กันเกินไปและวางตำแหน่งต่ำเกินไป ทำให้ไอเสียที่มีความร้อนสูงฉีดกระทบพื้นแล้วสะท้อนกลับเข้าสู่ช่องรับลม ส่งผลให้อุณหภูมิภายในระบบพุ่งสูงเกินขีดจำกัดจนเครื่องยนต์เสียหาย
ความผิดพลาดครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาท้อถอยแต่อย่างใด ซ่งนำข้อมูลและพฤติกรรมการบินจากการทดสอบไปป้อนให้กับระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ปัญหา ซึ่ง AI ได้ประมวลผลและแนะนำให้เขายกเลิกการใช้เครื่องยนต์สันดาปความร้อน แล้วเปลี่ยนมาใช้ ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Propeller) เพื่อความปลอดภัย และขจัดความเสี่ยงจากเปลวไฟโดยสิ้นเชิง
AI ทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว

หลังจากปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การประดิษฐ์ ซ่งใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการพัฒนาสเกตบอร์ดลอยฟ้าเวอร์ชั่นที่ 2 โดยเปลี่ยนมาใช้ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าไร้แปรงถ่าน (Brushless Electric Motors) รวม 10 ชุด
ซึ่งแต่ละชุดสามารถสร้างแรงดันได้มากกว่า 30 กิโลกรัม เมื่อทำงานร่วมกันจะมีแรงยกมหาศาล สามารถรองรับน้ำหนักตัวผู้ใหญ่ได้มากกว่า 4 คน โดยเขาได้ออกแบบให้คันเร่งถูกควบคุมผ่านวงแหวนที่สวมไว้ที่นิ้วมือ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยากที่สุดของการบินบนสเกตบอร์ดไม่ใช่แค่เรื่องแรงยก แต่คือ “การทรงตัวและการรักษาสมดุล” ของผู้ใช้ด้วย ซ่งจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการติดตั้งสมาร์ทโฟน 2 เครื่องไว้บนตัวบอร์ดเพื่อทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ประมวลผล ร่วมกับการใช้ระบบ AI เข้ามาทำหน้าที่เป็น “โค้ชส่วนตัว” คอยตรวจจับท่าทางและองศาการเอียงตัวของผู้ขับขี่
ระบบ AI จะทำการส่งเสียงสัญญาณเตือนผ่านหูฟังบลูทูทแบบเรียลไทม์ เพื่อคอยสั่งการให้เขากระจายน้ำหนัก เอียงซ้าย หรือเอียงขวาได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งออกรายงานสรุปผลการฝึกซ้อมหลังจบเที่ยวบินในแต่ละครั้ง ซึ่งหลังจากประสบอุบัติเหตุตกบอร์ดในช่วงแรก ซ่งได้ฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดภายใต้การคำนวณของ AI นานกว่า 10 วันจนสามารถควบคุมการบินได้อย่างคล่องแคล่ว
ได้เวลาวายร้ายออกโรง!
ในที่สุด ช่วงวันหยุดวันชาติของจีน ซ่ง ซิงอวี่ ก็ได้นำสเกตบอร์ดลอยฟ้าออกมาทดสอบบินจริง เขาพาตัวเองทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า บินข้ามแม่น้ำแยงซี (Yangtze) ผ่านทัศนียภาพอันงดงามของบ้านเกิด และโฉบเฉี่ยวไปตามหุบเขาแม่น้ำได้อย่างราบรื่นและน่าทึ่งเลยทีเดียว
คลิปวิดีโอผลงานการสร้างสรรค์และความสำเร็จของเขาถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว โดยมียอดกดไลก์พุ่งสูงเกือบ 4 ล้านบนแพลตฟอร์มโต่วอิน (Douyin) ซึ่งแม้ผลงานจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ซ่งก็ได้เอ่ยเตือนแฟนคลับและผู้รับชมอย่างจริงจังว่า “ห้ามเลียนแบบพฤติกรรมนี้โดยเด็ดขาด” เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนเป้าหมายถัดไปของเขาคือการพัฒนาระบบเพื่อทะยานขึ้นสู่ระดับความสูงที่มากยิ่งขึ้น
ความสำเร็จของ ‘เซินฉี อาอวี่’ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความพยายามของเด็กหนุ่มผู้เรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้น แต่เขายังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่มีต่อเทคโนโลยีว่า สำหรับเขานั้นเทคโนโลยี AI อาจไม่ได้เข้ามาเพื่อทดแทนมนุษย์ ถ้ารู้จักใช้ในทางที่ถูกต้อง AI จะกลายเป็น “พันธมิตร” ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถ และช่วยเปลี่ยนจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ให้กลายเป็นจริงได้อย่างน่าอัศจรรย์
ขอบคุณที่มาจาก : YouTube/ 神奇阿宇AmazingAyu