‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
สองบิ๊กเทคแห่งซิลิคอนวัลเลย์อย่าง ‘แอปเปิล’ และ ‘เมตา’ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดทางให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สามารถรันโมเดล Muse AI บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะระดับไฮเอนด์ Mac Studio ได้โดยตรง ทั้งสองบริษัทเริ่มแสวงหาจุดยืนร่วมกันในยุค AI บูม สะท้อนถึงการรรีเซตความสัมพันธ์พันธมิตรยุคเก่า
ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตา (Meta) และ ทิม คุก (Tim Cook) อดีตซีอีโอของแอปเปิล (Apple) ได้เปิดศึกขัดแย้งเชิงนโยบายทางธุรกิจมาเป็นเวลานานหลายปี ทว่าหลังจาก จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อในการบริหารงานและกุมบังเหียนของแอปเปิล อดีตคู่ปรับตลอดกาลทั้งสองกลับเริ่มค้นพบจุดยืนและผลประโยชน์ร่วมกันบนเวทีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ล่าสุด ทั้งเมตาและแอปเปิลได้เปิดเผยความร่วมมือครั้งใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้เหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถประมวลผลโมเดล AI แบบ Open-Weight AI Model รุ่นใหม่ล่าสุดของเมตา บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะระดับไฮเอนด์อย่าง Mac Studio ของแอปเปิลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ความร่วมมือในครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่โมเดล AI ที่ชื่อว่า “Muse Spark Open” ซึ่งเมตาระบุว่า เป็นโมเดลประเภท Open-Weight ที่มีประสิทธิภาพและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยปล่อยออกมาภายใต้สัญญาอนุญาตที่ยินยอมให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างจำกัด
ตัวโมเดลมีพารามิเตอร์สูงถึง 8.16 แสนล้านพารามิเตอร์ (816-billion-parameter) และใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานผู้เชี่ยวชาญ หรือ Mixture-of-Experts (MoE) ด้วยคุณลักษณะของการเป็นโมเดล Open-Weight นักพัฒนาจึงสามารถดาวน์โหลดพารามิเตอร์หรือค่าน้ำหนักจากอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปรันประมวลผลบนฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายได้ทันที
ผู้ใช้งานจะสามารถเชื่อมต่อเครื่อง Mac Studio เข้าด้วยกันระหว่าง 2 ถึง 4 เครื่อง เพื่อดึงพลังของ Muse Spark Open มาใช้ในการเขียนโค้ด วิเคราะห์วิดีโอ หรือทำงานในลักษณะที่เป็นเอเย่นต์ (Agentic Work) โดยตัวโมเดลจะประมวลผลภายในเครื่อง โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ (Cloud) ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลอีกชั้นหนึ่งแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างมหาศาล ตามที่ทั้งสองบริษัทระบุ
ยุติรอยร้าวปี 2021 สู่พันธมิตร
การประกาศความร่วมมือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายซุ่มทำงานร่วมกันมานานหลายเดือน ถือเป็นสัญญาณที่เด่นชัดว่ากระแส AI บูมได้เข้าไปสั่นคลอนและเปลี่ยนโครงสร้างพันธมิตรในอดีตของซิลิคอนวัลเลย์ไปอย่างสิ้นเชิง
เป็นเวลาหลายปีที่แอปเปิลและเมตาต่างมองกันและกันด้วยความระมัดระวังและพยายามหลีกเลี่ยงการร่วมมือกันในที่สาธารณะ โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทตกต่ำถึงขีดสุดหลังจากแอปเปิลเปิดตัวนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ในปี 2021 ซึ่งจำกัดขีดความสามารถในการเจาะกลุ่มเป้าหมายของบริษัทโฆษณาดิจิทัล จนทำให้เมตาเคยคาดการณ์ในช่วงต้นปี 2022 ว่า นโยบายดังกล่าวจะสูญเสียรายได้ไปมากถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนั้น
อย่างไรก็ดี ตัวแทนจากทั้งแอปเปิลและเมตาต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า ความร่วมมือในโมเดล Muse Spark Open ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคตหรือไม่
ด้านซักเคอร์เบิร์ก ได้โพสต์ภาพบนแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) เป็นรูปตัวแทนเอเย่นต์ของเมตากำลังทำงานอยู่บนเครื่อง Mac พร้อมระบุข้อความว่า
“Muse Spark Open ซึ่งเปิดปล่อยค่าน้ำหนักในวันนี้ สามารถรันได้อย่างยอดเยี่ยมบน Mac Studio รุ่นใหม่ ต้องขอบคุณการทำงานร่วมกับ @johnternus และ Apple”
ขณะที่เทอร์นัส ซีอีโอแอปเปิล ได้โพสต์ตอบกลับว่า
ยินดีกับทีมงานด้วย! มันน่าทึ่งมากที่สามารถรันโมเดลระดับและสเกลขนาด Muse Spark Open ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งตรงจากโต๊ะทำงานของคุณ Mac Studio ยังคงเดินหน้าก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI บนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง!”
ด้าน อเล็กซานเดอร์ หวัง (Alexandr Wang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ของเมตา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า โมเดล Open-Weight ที่ทรงพลังจำนวนมากมักมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะรันบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลส่วนใหญ่ในท้องตลาดได้ แต่ Mac Studio ของแอปเปิลนั้นมอบหน่วยความจำ (RAM) ที่มากพอสำหรับผู้ใช้ จนทำให้การรัน Muse Spark Open สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ
ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการแสดงความมั่นใจครั้งสำคัญต่อความพยายามของเมตาในการปรับยุทธศาสตร์ AI รอบใหม่ อีกทั้งยังอาจกลายเป็นท้าทายครั้งใหญ่ต่อผู้เล่นรายเดิมอย่าง OpenAI และ Anthropic นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของแอปเปิลในตลาดชิป AI ซึ่งเป็นตลาดที่ อินเวเดีย (Nvidia) ครองความเป็นใหญ่มาโดยตลอดจากการใช้งานในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่
เราทำงานร่วมกับแอปเปิลเพื่อนำขีดความสามารถชั้นนำด้าน Agent มาสู่โต๊ะทำงานของคุณเป็นครั้งแรกบน Apple M5 Ultra Mac Studio คุณจึงรู้ได้เลยว่าพวกเราตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากจริง ๆ” หวังกล่าว
โดยเหล่านักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชั่นของโมเดล AI ดังกล่าวได้จากเว็บไซต์อย่าง Hugging Face โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมสำหรับชิป Apple Silicon นอกจากนี้ Muse Spark Open ยังได้รับการปรับแต่งให้รันได้เร็วขึ้นบนฮาร์ดแวร์ของแอปเปิล
ขณะที่ผู้ผลิตไอโฟนก็ได้เปิดเผยผลการทดสอบประสิทธิภาพใหม่สำหรับชิปของตน พร้อมเผยแพร่นวัตกรรมและเอกสารทางเทคนิคเกี่ยวกับกรอบการทำงาน MLX AI Framework ในการแบ่งโมเดลโอเพ่นซอร์ซประมวลผลข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่อง
ราคาฮาร์ดแวร์พรีเมี่ยม การประมวลผลที่แลกด้วยต้นทุน
อย่างไรก็ตาม เครื่อง Mac Studio ไม่ใช่สินค้าที่มีราคาถูก และโมเดล AI ระดับนี้จำเป็นต้องใช้ชิปที่เร็วที่สุดของแอปเปิลรวมถึงหน่วยความจำที่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ปัจจุบัน Mac Studio ที่สเป็กรองรับชิป M5 Ultra และหน่วยความจำ 256GB มีราคาเริ่มต้นอย่างน้อย 10,799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 แสนบาท ส่วนเวอร์ชั่นที่แพงกว่าพร้อม RAM ขนาด 512GB มีกำหนดจะเปิดตัวตามมาในปลายเดือนนี้ นอกเหนือจากราคาเครื่องที่สูงแล้ว ผู้ใช้งานยังจำเป็นต้องซื้อเครื่องจำนวนหลายเครื่องมาเชื่อมต่อกันเพื่อการประมวลผลอีกด้วย
ก้าวต่อไปของเมตา ?
เมตาเป็นเพียงผู้พัฒนาโมเดล AI รายล่าสุดที่ตกลงจับมือเป็นพันธมิตรกับแอปเปิล โดยในปี 2024 แอปเปิลเคยประกาศความร่วมมือกับ OpenAI เพื่อนำ ChatGPT เข้ามาบูรณาการร่วมกับ Siri ทว่าในเวลาต่อมา OpenAI ได้ระบุในเอกสารยื่นต่อศาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาททางกฎหมายกับ xAI ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ว่า การบูรณาการดังกล่าว
“ทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก”
และไม่ได้ช่วยสร้างการเติบโตของผู้ใช้ OpenAI แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น แอปเปิลยังได้ยื่นฟ้อง OpenAI เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาขโมยความลับทางการค้า ซึ่ง OpenAI ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แอปเปิลได้บรรลุข้อตกลงกับ กูเกิล (Google) ในการนำโมเดล Gemini มาใช้งานในระบบ Apple Intelligence รวมถึงการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานกูเกิลคลาวด์ (Google Cloud) อีกด้วย
กระนั้น ยุทธศาสตร์ด้าน AI ของแอปเปิลยังคงเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่านักลงทุนและลูกค้า เนื่องจาก Siri เวอร์ชั่นใหม่ที่เปิดตัวเมื่อเดือนที่แล้ว ยังคงไม่ก้าวหน้าเท่ากับแชตบอตหรือเอเย่นต์จากห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำอื่น ๆ
ในขณะเดียวกัน เมตาได้ทุ่มเดิมพันครั้งใหญ่เพื่อก้าวขึ้นเป็นห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำ แต่ก็ยังคงดิ้นรนเพื่อไล่ตามคู่แข่ง และธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงต้องพึ่งพารายได้จากโฆษณาเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม พัฒนาการล่าสุด เช่น แอปพลิเคชั่นเอเย่นต์ส่วนบุคคล Muse ของเมตา และโมเดลรากฐานสิทธิบัตรตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Muse Wonder ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นสัปดาห์ ก็เริ่มสร้างความตื่นเต้นให้แก่นักลงทุนที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ จาก AI
สำหรับซักเคอร์เบิร์ก โอเพ่นซอร์ซยังคงเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ AI ของเขา โดยเมื่อเดือนสิงหาคม เมตาได้เปิดตัวโมเดล AI แบบ Open-Weight ขนาดเล็กในชื่อ Muse Glimmer พร้อมกับที่ซักเคอร์เบิร์กได้ให้สัญญาว่าจะเปิดตัวโมเดลที่ใหญ่ขึ้นและทรงพลังยิ่งกว่าในอนาคต
แม้ว่า Muse Spark Open จะไม่ได้ก้าวหน้าเท่ากับ Muse Wonder ซึ่งเป็นโมเดลเชิงพาณิชย์ปิด แต่อเล็กซานเดอร์ หวัง เชื่อว่ามันดีพอที่จะดึงดูดให้นักเขียนโค้ดจำนวนมากหันมาอัพเกรดฮาร์ดแวร์
นี่ไม่ใช่โมเดลที่มีขีดความสามารถสูงสุดเท่าที่เราเคยพัฒนาหรือปล่อยออกมา แต่เราเชื่อว่าจะมีบริษัทและนักพัฒนาจำนวนมากที่เลือกใช้โมเดลนี้ นำไปทดลองในสเกลขนาดเล็ก แล้วจึงขยายผลและเพิ่มสเกลการใช้งานให้ใหญ่ขึ้นต่อไปได้” หวังกล่าว