7 ปี Trash to Treasure ปั้นคุณค่าใหม่จากขยะให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ในงาน SX2026 บนเวที Talk Stage หัวข้อ “SX Trash to Treasure ครั้งที่ 7″ ชูการเปลี่ยนของเหลือใช้ให้เป็นคุณค่าใหม่ สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
SX Sustainability Expo 2026 จัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัลโครงการประกวด SX Trash to Treasure Art & Design Contest ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ “Resilience in Action” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าประกวดนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะและงานออกแบบ
คณะกรรมการที่ร่วมเสวนาประกอบด้วยศิลปิน นักวิชาการด้านศิลปะและการออกแบบ ตัวแทนผู้จัดงาน และผู้ดูแลงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิกร คงคา เป็นผู้ดำเนินรายการ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ญาณวิทย์ กุญแจทอง อดีตคณบดีและอาจารย์ภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงผลงานทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติว่า หัวข้อของการประกวดครั้งที่ 7 นี้น่าสนใจ เพราะการใช้วัสดุที่เป็นขยะมาสร้างเป็นผลงานที่มีคุณค่า เป็นเรื่องใกล้ตัวและมีเนื้อหาอยู่ในตัวเอง แต่ประเด็นสำคัญคือผู้สร้างจะหยิบยกความคิดเข้าไปอยู่ในงานอย่างไร
ปีนี้กรรมการได้เห็นผลงานที่มีคุณภาพหลายชิ้น สามารถสื่อความคิดจากสิ่งแวดล้อมและขยะที่นำมาใช้ได้ และเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ผลงานพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะผลงานที่ได้รับรางวัล ซึ่งนอกจากแนวคิดการใช้วัสดุเหลือใช้แล้ว
การประกอบสร้างรูปทรงให้สมบูรณ์ ก็สำคัญ และเป็นตัวกำหนดว่างานจะได้รับรางวัลหรือไม่ ผลงานส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ขยะจริงทั้งหมด บางชิ้นเป็นวัสดุที่ใกล้เคียงขยะ ซึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละคนตีความต่างกัน แต่โดยเนื้อหาแล้วถือว่าเป็นงานที่มีคุณค่า
ความงามและประโยชน์ใช้สอย
นิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ คือการมองถึงประโยชน์ใช้สอยของงาน จากการหารือของคณะกรรมการ แบ่งผลงานได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มที่เน้นความงามและสุนทรียะ กับกลุ่มที่เน้นประโยชน์ใช้สอยด้านฟังก์ชั่น ผู้เข้าประกวดทำการบ้านและศึกษามาดี โดยบางคนสนใจประโยชน์ใช้สอยก็ทำงานไปในแนวนั้น บางคนมุ่งเรื่องความงามเป็นหลัก
เขากล่าวว่าไม่อยากใช้คำว่า “ขยะ” เพราะให้ความรู้สึกเป็นลบ และอยากใช้คำว่า “ของเหลือใช้” หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ซึ่งปีนี้ผู้เข้าประกวดนำมาสร้างสรรค์ได้ดีกว่าเดิมมาก มีผู้เข้าประกวดรายหนึ่งยกตัวอย่างโฟมห่อผลไม้ ซึ่งเมื่อแกะออกจากผลไม้แล้วมักถูกทิ้ง ไม่เกิดประโยชน์ใด แต่สามารถนำกลับมาสร้างสรรค์ผลงานได้ ซึ่งตอบโจทย์การประกวดมาก ทั้งนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่าง ไม่ได้ระบุว่าผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลหรือไม่
นายนิติกรฝากถึงผู้เข้าร่วมว่า หากมีโอกาสบอกต่อเพื่อนหรือรุ่นน้อง ขอให้คำนึงว่าเป้าหมายสุดท้ายของผลงานควรมีประโยชน์ในทางใดทางหนึ่ง “ไม่ใช่การทำขยะให้เป็นขยะชิ้นใหม่อีกชิ้นหนึ่ง” ซึ่งไม่ตอบโจทย์
เล่นแร่แปรธาตุจากสิ่งด้อยค่า
วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ ศิลปิน Bangkok Art Biennale และศิลปินศิลปาธร ผู้ก่อตั้ง หอศิลป์ d Kunst (ดีคุ๊น) กล่าวชื่นชมผู้เข้าประกวดทุกคน พร้อมเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำงานเผาดินตั้งแต่เด็กว่า ตอนเด็กอยากเล่นแร่แปรธาตุเปลี่ยนเงินให้เป็นทอง แต่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่า สิ่งที่เขาทำอยู่นั้นเจ๋งกว่า เพราะเป็นการนำดินธรรมดาที่คนมองข้ามมาปั้นเป็นภาชนะและสร้างมูลค่าขึ้นมา
เขากล่าวว่า สิ่งที่ผู้เข้าประกวดทำในปีนี้ ใช้วัสดุที่ไม่ใช่ดินและด้อยค่ากว่าดินเสียอีก แต่กลับมองเห็นคุณค่า แล้วนำมาทำเป็นรูปทรง การออกแบบ ภาชนะ และการใช้งานต่าง ๆ จึงขอชื่นชมอย่างยิ่ง
ในภาพรวม เขาย้ำว่าผู้ที่ไม่ได้รับรางวัลไม่ได้แปลว่างานไม่ดีหรือไม่เห็นคุณค่า เพราะการตัดสินมีโจทย์และกรอบเกณฑ์บางอย่าง หลายคนทำงานออกมาดี ส่วนงานที่ได้รับรางวัลคือผลงานที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่หลายคนมองข้าม นำมาใช้ประโยชน์ และเปิดให้ผู้อื่นจินตนาการและต่อยอดเป็นรูปแบบงานต่าง ๆ ในอนาคตได้
ความหมกมุ่นกับวัสดุ
คมกฤษ เทพเทียน ศิลปิน Bangkok Art Biennale และกรรมการผู้จัดการ บริษัท หมดโม่ สตูดิโอ จำกัด ขยายความว่า งานประกวดไม่ได้ชี้ชัดว่าผลงานของใครดีกว่าใคร จึงอย่าเพิ่งมองว่าผลงานที่ไม่ได้รางวัลถูกตัดสินไปแล้ว เพราะการประกวดมีกฎเกณฑ์และมาตรฐานการตรวจ ณ เวลานั้น
สิ่งที่เขาเห็นว่าน่าสนใจที่สุดคือการมองว่าสิ่งหนึ่งเป็นขยะหรือเป็นของที่ไม่ได้ใช้แล้ว บางอย่างคัดแยกง่าย เช่น ถ้วยพลาสติกใช้ครั้งเดียวที่ล้างเก็บได้ หรือเป็นขยะที่ทิ้งได้เลย แต่มีวัสดุอีกประเภทที่ “กั๊ก ๆ” คือจะทิ้งก็เสียดาย จะเก็บมาใช้ก็ดูเหมือนไม่ได้ประโยชน์ วัสดุแบบนี้ต้องการความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหาความเป็นไปได้ใหม่ จะทำให้สวยขึ้น ทำให้เกิดความฉุกคิด หรือทำให้ใช้งานได้ก็ได้ และเป็นวัสดุที่ไม่ได้หายาก บางครั้งวัสดุธรรมดามากก็สร้างงานที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงได้
คมกฤษกล่าวว่า งานสร้างสรรค์หรืองานศิลปะที่ดีต้องอาศัย “ความหมกมุ่น” กับวัสดุ ศึกษาจนรู้ว่าทำอะไรได้อีก นอกเหนือจากการนำมาแปะเฉย ๆ เขาเปรียบว่าเหมือนการรู้จักเพื่อน ตอนรู้จักใหม่ ๆ ก็เขิน แต่เมื่อรู้จักมากพอ เพียงมองหน้าก็รู้ว่าอีกฝ่ายอารมณ์เป็นอย่างไร วัสดุก็เช่นกัน
เขายังฝากโจทย์ถึงผู้ทำงานประติมากรรมว่า งานประติมากรรมคือการแสดงงานรอบด้าน ซึ่งต่างจากงาน 2 มิติที่แสดงความเป็นภาพ งาน 3 มิติครองพื้นที่และแสดงตัวตนรอบ ๆ ชิ้นงาน ดังนั้นไม่ว่าจะทำเฟอร์นิเจอร์หรือประติมากรรม ควรคำนึงถึงทุกด้านและเล่าให้ได้ทุกด้าน งานจึงจะสื่อสารได้ดีกว่าการแสดงตัวเป็นภาพด้านเดียว
จากบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล
นภัส พันธ์พงษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสเทนอะบิลิตี้ เอ็กซ์โป จำกัด กล่าวว่า ตนเป็นกรรมการในปีแรก และไม่ได้อยู่ในวงการศิลปะเหมือนกรรมการท่านอื่น จึงให้ความเห็นในมุมของผู้ดูแลภาพรวมการจัดงานและงานด้านความยั่งยืน โดยเน้นเรื่องวัสดุ
เธอกล่าวว่า การประกวดจัดมาครบ 7 ปีแล้ว และสิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือวัสดุที่ผู้เข้าประกวดนำมาใช้ ในช่วงแรกวัสดุส่วนใหญ่เป็นบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล เช่น ขวดและฝา แต่ปีนี้ผู้เข้าประกวดทำการบ้านเรื่องวัสดุมากขึ้น และเริ่มเห็นวัสดุประเภท “แทรช” ตามโจทย์ที่ตั้งไว้ คือวัสดุที่ไม่มีมูลค่าและไม่มีทางไปต่อ
ประเด็นสำคัญคือการพิสูจน์ว่า สิ่งที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อหรือรีไซเคิลต่อไม่ได้ ยังสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่สร้างคุณค่าและความงาม และทำหน้าที่สร้างความตระหนักรู้ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้อย่างไร
เธอยังประทับใจที่ผู้เข้าประกวดหลายคนไม่เพียงสร้างสิ่งสวยงาม แต่พยายามพัฒนาให้เป็นผลงานที่นำกลับมาใช้งานได้ด้วย ซึ่งผลงานทั้งสองแบบ ทั้งที่สร้างความงามเพื่อสร้างการรับรู้ และที่ใช้งานได้จริง มีความยากพอ ๆ กัน ปีนี้ผู้เข้าประกวดทำออกมาได้ดี มีผลงานน่าสนใจหลายชิ้น กรรมการจึงหนักใจและใช้เวลาหารือกันนานว่าจะคัดเลือกอย่างไร โดยประเด็นที่นำมาพิจารณาคือเรื่องวัสดุ ความงาม และฟังก์ชั่น และอยากเห็นผลงานที่นำวัสดุเหลือทิ้งจริง ๆ มาสร้างประโยชน์และใช้งานได้จริง
เน้นวัสดุ การจัดการ และฟังก์ชั่น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิกร คงคา หัวหน้าภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นกรรมการอีกท่านหนึ่งที่ตัดสินผลงานเมื่อช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน สรุปคีย์เวิร์ดจากแนวทางของกรรมการแต่ละท่านว่า เกณฑ์ของงานปีนี้ประกอบด้วย วัสดุเหลือใช้ การจัดการวัสดุ ให้สอดคล้องกับความคิดของผู้สร้าง ซึ่งตรงกับที่กรรมการท่านหนึ่งเรียกว่าความหมกมุ่นกับวัสดุ และอีกท่านเปรียบว่าเป็นการ “เล่นแร่แปรธาตุ”
และฟังก์ชั่น ซึ่งมีได้หลายแบบ ทั้งความสวยงามที่ทำให้ผู้ชมเกิดความอิ่มเอมทางสุนทรียะ การสร้างความตระหนักรู้ต่อสิ่งแวดล้อมและขยะว่าจะทำให้ของไร้มูลค่าเกิดมูลค่าได้อย่างไร และประโยชน์ใช้สอยที่รับใช้ร่างกายหรือชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าของที่ถูกทิ้งจะกลับมาทำหน้าที่ได้