SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้าน ตร.ม. ในปี’72
SCX บริษัทในเครือ SC เดินเกมขยายพอร์ตคลังสินค้าต่อเนื่องคว้าที่ดินใหม่เพิ่ม 3 ทำเลยุทธศาสตร์ บางนา-แหลมฉบัง-อมตะ รวม 140,000 ตร.ม. เตรียมพัฒนาโครงการคลังสินค้า-โรงงานใหม่ สร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ เผยดีมานด์คลังสินค้าทั่วประเทศครึ่งปีแรกยังแกร่ง อัตราเช่าเฉลี่ยทะลุ 90% หนุนโอกาสลุยคลังสินค้าใหม่ ตามโรดแมป 1,000,000 ตร.ม.ภายในปี 2572
นายรชฎ นันทขว้าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ SCX ในเครือบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า SCX ยังคงมุ่งหน้าขยายธุรกิจคลังสินค้าภายใต้ SCX Logistics ตามโรดแมปพื้นที่คลังสินค้ารวม 1,000,000 ตร.ม.ภายในปี 2572
ล่าสุด บริษัทได้เข้าซื้อที่ดินใหม่ใน 3 ทำเล 140,000 ตร.ม. เพื่อทยอยพัฒนาเป็นโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า ทั้งรูปแบบการลงทุนพัฒนาคลังสินค้าใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น (Greenfield) และการลงทุนต่อยอดคลังสินค้าและโรงงานที่มีอยู่แล้วและมีฐานลูกค้าเดิม (Brownfield) ประกอบด้วย
1.SCX Logistics Bangna KM.22 (บางนา กม.22) พื้นที่ 90,000 ตร.ม.
2.SCX Logistics Laemchabang 2 (แหลมฉบัง 2) พื้นที่ 42,000 ตร.ม.
และ 3.SCX Logistics Amata Chonburi Phase 7 (อมตะ ชลบุรี เฟส 7) พื้นที่ 8,000 ตร.ม.
“การเลือกที่ดิน 3 แปลงนี้ เป็นไปภายใต้ยุทธศาสตร์ Corridor, Not Just Land เราไม่ได้แค่ซื้อที่ดินใหม่ทั่วไปมาทำคลังสินค้า แต่เราคัดเลือกที่ดินแปลงที่ตั้งอยู่บนเส้นทางเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเป็นคลังสินค้าที่เชื่อมการผลิตและการกระจายสินค้า ตลอดจนเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ เพื่อส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมผ่าน Logistics Network” นายรชฎกล่าว
เจาะดีมานด์คลังสินค้า 3 ทำเลเดือด
ทั้งนี้ บางนา กม.22 ถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น e-commerce, consumer products, data center, logistics โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน โดยมีฐานการผลิตและโรงงานประกอบรถยนต์ของบริษัทรถยนต์ระดับท็อป รวมถึงมีซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง และยังถือเป็นทำเลใกล้นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง และสามารถเชื่อมต่อกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยงการกระจายสินค้าสู่พื้นที่ดังกล่าวได้ง่าย
ขณะที่แหลมฉบัง ถือเป็นทำเลสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกกับตลาดการค้าระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา SCX Logistics เคยเข้ามาพัฒนาโครงการในพื้นที่แล้ว 1 โครงการ ขณะที่ทำเลที่ตั้งใหม่จะอยู่ห่างจากท่าเรือแหลมฉบังเพียง 7 กิโลเมตร ซึ่งสอดรับกับแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ที่จะสามารถขยายกำลังรองรับตู้สินค้าเป็น 18 ล้าน TEUs ต่อปี และรถยนต์ 3 ล้านคันต่อปี เหมาะแก่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการคลังสินค้าใกล้ท่าเรือ
สำหรับอมตะ ถือเป็นทำเลสำคัญของภาคอุตสาหกรรมใน EEC ที่ยังมีความต้องการพื้นที่คลังสินค้าต่อเนื่อง โดยที่ดินแปลงใหม่นี้ ตั้งอยู่ใน Amata Chonburi Industrial Estate Phase 7 พร้อมรองรับอุตสาหกรรมสำคัญดั้งเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็น New S-Curve ของไทย ครอบคลุมทั้ง ยานยนต์และชิ้นส่วน, EV, อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน, Robotics, Chemicals, Food และ Medical และที่ดินแปลงนี้ยังเป็นครั้งแรกที่บริษัทลงทุนแบบ Brownfield ซึ่งจะช่วยให้บริษัทรับรู้รายได้จากการเช่าได้ทันที
นายรชฎกล่าวว่า ภาพรวมความต้องการคลังสินค้าในไทย ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยภาพรวมอัตราการเช่าทั้งประเทศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90.2% ขณะเดียวกัน โครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาของ SCX Logistics ในหลายทำเล มีอัตราการเช่า 100% โดยลูกค้าบางรายผูกสัญญายาวสูงกว่า 30 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยการเช่าคลังสินค้าปกติ ขณะเดียวกัน บางทำเลมี Waiting List ที่รอเช่าเพิ่มเติม หากบริษัทมีการขยายพื้นที่เพิ่ม
“สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั้งอุตสาหกรรมดั้งเดิมและอุตสาหกรรมใหม่ที่มีแผนเข้าลงทุนในประเทศไทย SCX จึงยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตคลังสินค้าตามโรดแมป 1,000,000 ตร.ม. และพัฒนา Facility ภายในคลังสินค้าแต่ละแห่งให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม คาดว่าที่ดินคลังสินค้า 3 แห่งใหม่ จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้าสู่บริษัทอย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก SCX Logistics อมตะ ชลบุรี เฟส 7 ที่เป็นการลงทุนแบบ Brownfield ซึ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้ทันที” นายรชฎกล่าวทิ้งท้าย