เดอะมอลล์ปลุกย่านการค้าใหม่ ลุ้นพลิกโฉม ‘โคราช’ ขึ้นมิกซ์ยูส
“เดอะมอลล์” วางหมากค้าปลีก ทุ่มพลิกโฉม ผุดย่านการค้าใหม่ ใจกลางเมือง รอบกรุง เกาะแนวรถไฟฟ้าสารพัดสี ต่อจิ๊กซอว์ “ดิ เอ็ม ดิสทริค” บูมสุขุมวิทย่านช็อปปิ้งหรู ปั้น “แบงค็อกมอลล์” ใหญ่สุดในอาเซียน ผุดโปรเจ็กต์ใหม่รามคำแหง รับสายสีส้มเปิดหวูดปี’71 เจรจาแลนด์ลอร์ดรามอินทราเช่า 122 ไร่ติดสายสีชมพู ขึ้นโครงการอนาคต เตรียมปัดฝุ่นโครงการหรูภูเก็ต 150 ไร่ จับตาอาณาจักรโคราช 52 ไร่ ปรับโมเดลใหม่ ลดขนาดศูนย์การค้า หลังค่าเช่าที่ดินพุ่งพรวด ปิดดีล “ตระกูลเทพนคร” ไม่จบ ด้าน “ตระกูลเชิดชัย” ตกลงต่อสัญญา 30 ปี พร้อมเสนอ 200 ไร่ ดึงลงขันมิกซ์ยูสยักษ์
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า แม้กลุ่มเดอะมอลล์ไม่ได้สปีดการขยายสาขาเท่ากับคู่แข่งอย่างเครือเซ็นทรัล แต่การปักธงสาขาของเดอะมอลล์ต่างอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าแนวรถไฟฟ้าหรือย่านสำคัญที่มีประชากรหนาแน่น ครอบคลุมใจกลางเมือง โซนตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ
ในช่วงปี 2566-2571 กลุ่มเดอะมอลล์มี 6 โครงการที่รีโนเวตและเปิดใหม่ ได้แก่ แบงค็อกมอลล์ ใกล้บีทีเอสอุดมสุข, 1981 Soul & Sold หรือเดอะมอลล์ รามคำแหง 3 เดิม ใกล้สายสีส้มตะวันออกศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี, เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ใกล้สายสีน้ำเงิน, เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ใกล้สายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง และดิ เอ็มสเฟียร์ ใกล้บีทีเอสพร้อมพงษ์
นอกจากนี้ยังมีที่ดินเช่าระยะยาว 122 ไร่ ย่านรามอินทรา ติดสถานีบางชันสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่รองรับการพัฒนาในอนาคต โดยล่าสุดกลุ่มเดอะมอลล์อยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าของที่ดินต่อสัญญาเช่าออกไปอีก
ยึดทำเลทองสุขุมวิท-บางนา
หลังกลุ่มเดอะมอลล์ลงทุน 15,000 ล้านบาท ก่อสร้าง “ดิ เอ็มสเฟียร์” พื้นที่ 2 แสน ตร.ม. พร้อมสกายวอล์กระยะทาง 220 เมตร ต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย “ดิ เอ็ม ดิสทริค” บิ๊กโปรเจ็กต์บนเนื้อที่ 50 ไร่ มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ปั้น 3 ศูนย์การค้าระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วย ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และดิ เอ็มสเฟียร์แล้วเสร็จ
ปัจจุบันกำลังเร่งก่อสร้างอภิโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส “แบงค็อกมอลล์” พื้นที่ 1.2 ล้าน ตร.ม. บนเนื้อที่ 100 ไร่ มูลค่าโครงการมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ที่ “กลุ่มเดอะมอลล์” ผนึก “กลุ่มโสภณพนิช” ลงทุนพัฒนา ตั้งเป้าเป็นโครงการใหญ่สุดในบางนาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยห้างและซูเปอร์มาร์เก็ต 7 ชั้น โรงภาพยนตร์ 15 โรง ฮอลล์ในร่มขนาด 18,000 ที่นั่ง สวนน้ำ สวนสนุก
ตามแผนเดิมจะเปิดเฟสแรกปลายปี 2570 ในส่วนของศูนย์การค้า ล่าสุดนำที่ดินด้านหน้าก่อสร้างเฟส 2 เป็นมิกซ์ยูสของศูนย์การค้าแบงค็อกมอลล์สร้างเป็นทาวเวอร์บนศูนย์การค้า สูง 41 ชั้น ประกอบด้วย สำนักงาน โรงแรม 512 ห้อง ภัตตาคาร คาดเปิดทั้งโครงการในปี 2572 ส่วนสกายวอล์กเชื่อมบีทีเอสสถานีบางนา และสถานีอุดมสุขจะทยอยเสร็จปี 2574 นอกจากนี้กลุ่มเดอะมอลล์ยังซื้อที่ดินด้านหลังเพื่อทำเป็นทางเข้า-ออกไปยังสุขุมวิท 101 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรโดยรอบอีกด้วย
ปั้น 2 ย่านการค้า 2 มุมเมือง
ยังได้ลงทุน 3 หมื่นล้านบาท สร้างย่านการค้า 2 มุมเมือง ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯรีโนเวตเดอะมอลล์ บางกะปิ และเดอะมอลล์ บางแค เป็นโมเดลไลฟ์สโตร์ โดยเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ หลังต่อสัญญาเช่า 30 ปี ทุ่มปรับโฉมใหม่ วางโพซิชั่นเป็น “สยามของกรุงเทพฯ ตะวันออก” รองรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม มีสกายวอล์กเชื่อมท่าเรือคลองแสนแสบและรถไฟฟ้า ยังเพิ่มแบรนด์ระดับแม็กเนต เช่น Nitori เฟอร์นิเจอร์รายใหญ่จากญี่ปุ่น, MUJI ดึงดูดกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ ผู้พักอาศัยในย่านลาดพร้าว บางกะปิ รามคำแหง
ขณะที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค วางโพซิชั่นเป็นศูนย์กลางการค้าและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เชื่อมต่อสายสีน้ำเงินสถานีหลักสอง พร้อมไฮไลต์อย่าง Harbor Island สวนน้ำลอยฟ้าใหญ่ที่สุดในอาเซียน เนื้อที่กว่า 11,000 ตร.ม. และสไลเดอร์ยักษ์กว่า 18 รูปแบบ คู่กับ Mega HarborLand สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่
ผุดโปรเจ็กต์ใหม่รับสายสีส้ม
ย่านรามคำแหงเป็นอีกอาณาจักรของ “เดอะมอลล์กรุ๊ป” โดยที่ผ่านมาทุ่มเม็ดเงินสร้างย่านการค้า ผุดเดอะมอลล์ รามคำแหง ถึง 3 สาขา โดยเมื่อปี 2560-2561 ทุบทิ้งไปแล้ว 2 แห่ง เหลือ “เดอะมอลล์ 3” ฝั่งตรงข้าม
ล่าสุดทุ่ม 1,300 ล้านบาท พลิกโฉมเป็น 1981 Soul & Sold เป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์ ตามแนวคิด Newstalgia ที่ผสมคำว่า “New” และ “Nostalgia” เข้าด้วยกัน ยกระดับย่านรามคำแหงให้กลายเป็น Creative & Cultural District แห่งใหม่ของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ระหว่างรอสายสีส้มเปิดบริการปลายปี 2570-2571
ส่วนพื้นที่ว่างฝั่งตรงข้ามร่วม 30 ไร่ ที่เป็นที่ตั้งเดิมของ 2 สาขาก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างทำรายละเอียดพัฒนาโครงการ ก่อนหน้านี้กลุ่มเดอะมอลล์เคยระบุว่าจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 230,000 ตร.ม. ลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท
จับตาสัญญาเดอะมอลล์โคราช
ในส่วนของ “เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ โคราช” ตั้งอยู่บนถนนมิตรภาพ ปัจจุบันเป็นสาขาใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ป ด้วยพื้นที่กว่า 350,000 ตร.ม. ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาต่อสัญญาเช่ากับแลนด์ลอร์ด 2 ตระกูลใหญ่ในโคราช หลังเข้าไปปักหลักเปิดบริการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2543
แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ในวงการกำลังจับตาการต่อสัญญาเช่าที่ดินศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช เนื้อที่กว่า 52 ไร่ (เฉพาะพื้นที่ศูนย์การค้า) ที่หมดสัญญา ระหว่างกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ป กับสองตระกูลใหญ่ที่เป็นเจ้าของที่ดิน แม้ว่าตระกูลเชิดชัยจะต่อสัญญาเช่าที่ดิน 32 ไร่ ให้ 30 ปี แต่ยังมีที่ดินอีกแปลงประมาณ 20 ไร่ ของตระกูลเทพนคร ที่ยังเจรจาค่าเช่าไม่จบ เนื่องจากเจ้าของที่ดินตั้งราคาไว้สูงกว่าอีกแปลงหลายเท่าตัว แต่ได้ต่อสัญญาให้ชั่วคราวอีก 6 เดือน
“จากค่าเช่าที่สูงทำให้กลุ่มเดอะมอลล์ค่อนข้างหนักใจ อาจจะไม่สู้ราคาต่อสัญญาเช่ากับตระกูลเทพนคร และคงปรับแผนการพัฒนา ทุบของเก่าแล้วสร้างใหม่ พร้อมลดขนาดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เล็กลง ให้เหมาะกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดค้าปลีกในปัจจุบันซึ่งเป็นธุรกิจที่ Sun Set” แล้ว
เชิดชัยงัด 200 ไร่ลงขันมิกซ์ยูส
นายอัสนี เชิดชัย ทายาทนางสุจินดา เชิดชัย กล่าวว่า กลุ่มเชิดชัยได้เซ็นข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกลุ่มเดอะมอลล์เพื่อต่อสัญญาเช่าที่ดินด้านหน้า 32ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 30 ปี นับจากวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ถึงปี 2600 ยังไม่รวมที่ดินด้านหลังอีก 30 ไร่ที่ให้เดอะมอลล์ทำเป็นที่จอดรถ ซึ่งการต่อสัญญาเช่าครั้งนี้ ไม่ได้คิดค่าเช่าแพงมาก เนื่องจากไม่ได้มองว่าเป็นแค่ศูนย์การค้า แต่มองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทั้งจังหวัดนครราชสีมา ถ้าเดอะมอลล์ไปจะกระทบต่อเศรษฐกิจโคราชอย่างมาก
“หากเดอะมอลล์ไม่ต่อสัญญาเช่ากับที่ดิน 20 ไร่ เรามีแผนจะร่วมกับเดอะมอลล์นำที่ดินด้านหลังอีก 200 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่จอดรถ โรงแรม และตลาด พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านกีฬาและต่อยอดเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้มีแค่ศูนย์การค้า” นายอัสนีกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว และกำลังจะเปิดในอนาคตอันใกล้นี้ “กลุ่มเดอะมอลล์”ยังมีที่ดินในภูเก็ตประมาณ 150 ไร่ เดิมมีแผนพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสหรู บลูเพิร์ล มีทั้งโรงแรมหรูตกแต่งสไตล์รีสอร์ตและร้านค้าแบรนด์หรู รวมถึงศูนย์แสดงสินค้า มูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อชิงนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์