เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
เมกะโปรเจ็กต์รถไฟความเร็วสูงสาย “กรุงเทพฯ-หนองคาย” หรือรถไฟไทย-จีน มูลค่า 520,763 ล้านบาท โครงการความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ซึ่งร่วมกันผลักดันโครงการในยุครัฐบาลประยุทธ์ โดยประเทศไทยจะเป็นผู้ลงทุนโครงการ 100% และก่อสร้างงานโยธา ขณะที่ฝ่ายจีนจะดำเนินการออกแบบ ควบคุมงาน และติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
ปักหมุดไฮสปีดเชื่อม 3 ประเทศ
ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ผู้รับผิดชอบการก่อสร้างโครงการ กำลังเร่งเครื่องการก่อสร้างเฟสแรก “กรุงเทพฯ-นครราชสีมา” ระยะทาง 250 กม. วงเงิน 179,412 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จในปี 2573 หลังล่าช้าจากแผนมากอยู่พอสมควร โดยภาพรวมงานก่อสร้างทั้ง 14 สัญญาในขณะนี้คืบหน้าแล้วกว่า 55% มีสถานีทั้งหมด 6 สถานี ประกอบด้วย สถานีกลางบางซื่อ สถานีดอนเมือง สถานีอยุธยา สถานีสระบุรี สถานีปากช่อง และสถานีนครราชสีมา
พร้อมปักธงเปิดประมูลเฟสสอง “นครราชสีมา-หนองคาย” ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท ในเดือนธันวาคม 2569 เริ่มก่อสร้างปี 2570 และแล้วเสร็จปี 2574
เมื่อแล้วเสร็จรถไฟความเร็วสูงสายนี้จะเชื่อมการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยวของ 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-จีน” จากคุนหมิง ยิงยาวผ่านลาวเข้าไทย โดยมีจังหวัดหนองคายเป็นศูนย์กลาง

แผนเชื่อมหนองคาย-เวียงจันทน์
สำหรับการเชื่อมต่อทางรถไฟไทย-ลาว-จีน ตามแผนของ “กระทรวงคมนาคม” ที่เตรียมไว้มี 5 โครงการที่จะดำเนินการ ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคาย ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 28,679 ล้านบาท โดยสถานีสุดท้ายที่หนองคายมีระยะห่างจากพรมแดน 2.4 กม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความคืบหน้าแล้ว 7.05% กำหนดเปิดปี 2571
2.โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายนาทา เนื้อที่ 757 ไร่ มีการเวนคืนเพิ่ม 440 ไร่ อยู่ห่างจากพรมแดน 6 กม. จะพัฒนาพื้นที่นาทาเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและย่านกองเก็บตู้สินค้า วงเงินลงทุน 5,686 ล้านบาท โดยให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบ PPP อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเพื่อดำเนินการตาม
พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2562 ต่อไป ตามแผนจะเปิดปี 2572
สำหรับ “ศูนย์เปลี่ยนถ่ายนาทา” อยู่ในแผนของการพัฒนา “ย่านขนถ่ายสินค้า” ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อจากแผนระยะเร่งด่วน ที่เป็นการพัฒนาย่าน “สถานีหนองคาย” ให้เป็นพื้นที่เปลี่ยนถ่ายสินค้า โดยพัฒนาสถานีหนองคายปัจจุบันให้รองรับการขนส่งผ่านสะพานเดิม พร้อมกับพัฒนาบริเวณสถานีที่มีพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาแบ่งพื้นที่คงเหลือจากการใช้เป็นพื้นที่ตรวจปล่อย เพื่อเปิดประกาศเชิญชวน โดยจะกำหนดราคาค่าเช่าตามระเบียบต่อไป

3.โครงการรถไฟไทย-จีน เฟสสอง ระยะทาง 356 กม. วงเงิน 341,351 ล้านบาท โดยรัฐบาลเป็นผู้ลงทุน อยู่ระหว่างเตรียมการเปิดประมูล คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2574 ซึ่งสถานีสุดท้ายหนองคายอยู่ห่างจากพรมแดน 2.4 กม. โดยแนวเส้นทางมีสถานีทั้งหมด 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีบัวใหญ่ สถานีบ้านไผ่ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย
4.โครงการปรับปรุงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 หนองคาย-เวียงจันทน์ เพื่อให้รองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกรมทางหลวงดำเนินการเสร็จแล้วเมื่อปี 2568 วงเงิน 47.9 ล้านบาท โดยเป็นค่าดำเนินการฝ่ายไทยจำนวน 23.95 ล้านบาท และเป็นการให้ความช่วยเหลือฝ่ายลาวจำนวน 23.95 ล้านบาท
เร่งสะพานแห่งใหม่เสร็จปี’73
และ 5.โครงการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่เชื่อมหนองคาย-เวียงจันทน์ อยู่ห่างจากสะพานเดิม 30 เมตร โดยออกแบบให้รองรับรางรถไฟทั้งขนาด 1 เมตรและขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร ลงทุนโดยรัฐบาลไทยและลาว โดยฝั่งไทยคาดใช้งบฯ ก่อสร้างประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียด คาดว่าจะเริ่มสร้างปี 2570 แล้วเสร็จในปี 2573
ความคืบหน้าล่าสุดกระทรวงคมนาคมให้กรมทางหลวงดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม จากผลการศึกษาพบว่าจะแบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 2 ระยะ
ระยะที่ 1 ก่อสร้างสะพานรถไฟใหม่ทางด้านท้ายน้ำของสะพานปัจจุบัน เป็นสะพานรถไฟรองรับจำนวน 4 ทาง รองรับทั้งรถไฟขนาดทาง 1 เมตร และรถไฟขนาดทางมาตรฐาน
ระยะที่ 2 ก่อสร้างสะพานรถยนต์ใหม่ทางด้านต้นน้ำของสะพานปัจจุบัน อีก 2 ช่องจราจร รวมกับ 2 ช่องจราจรของสะพานเดิมเป็นทั้งหมด 4 ช่องจราจร
นอกจากนี้ฝ่ายไทยยังได้เสนอผลการศึกษาในงานฝั่งลาว โดยมี 2 ทางเลือก ทางเลือกที่ 1 รถไฟขนาด 1 เมตร (ทางคู่) ไปยังสถานีท่านาแล้ง และรถไฟขนาดมาตรฐาน (ทางเดี่ยว) เชื่อมไปสถานีท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ใต้ วงเงินลงทุน 5,104 ล้านบาท
ขณะที่ทางเลือกที่ 2 เป็นรถไฟขนาด 1 เมตร (ทางคู่) ไปยังสถานีท่านาแล้ง และรถไฟขนาดมาตรฐาน (ทางคู่) เชื่อมไปสถานีท่านาแล้ง- เวียงจันทน์ใต้ วงเงินลงทุน 6,059 ล้านบาท
ในระหว่างรอการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ จะมีการบริหารจัดการสะพานเดิม โดยปรับปรุงสะพานให้รองรับการขนส่งสินค้าด้วยน้ำหนักกดเพลา 20 ตันต่อเพลา และเพิ่มขบวนรถขาไป 7 ขบวนและขากลับ 7 ขบวน รวม 14 ขบวน รองรับขบวนละ 25 แคร่
เป็นแผนและความคืบหน้าของรถไฟไทย-จีน ที่รัฐบาลไทยพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา หวังเชื่อมโยงหัวเมืองภูมิภาคของประเทศไทยไปยังลาวและจีน ภายใต้ยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative หรือ BRI ที่จะเชื่อมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปถึงยุโรปได้ด้วยทางรถไฟ