เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
Finance ทองพุ่งรับชัยเดโมแครต YLG ลุ้นปี’70 ขาขึ้นรอบใหม่ ทองไทยแตะ 69,200 บาท
อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics อนุทิน คุย Google สนใจเป็นบริษัทกลุ่มแรกลงทุน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
Automotive Royal Enfield ชวนนักบิด แข่ง ‘Slide School’ เป็นตัวแทน ‘ทีมไทย” ไปแข่งระดับโลก
‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
Politics ‘การกุศล’ สะท้อนรัฐล้มเหลว? ไทยพึ่งเงินบริจาค แต่ต่างชาติพึ่งระบบสวัสดิการ
คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
Finance คปภ. เผยเคลมประกันภัยพิบัติทะลุ 1,000 ราย เร่งจ่ายใน 15 วัน ดัน AI ประเมินเสียหาย
ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
Automotive ZEEKR PRIMUS อัดแคมเปญ มอบสิทธิพิเศษกว่า 500,000 บาท
คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
Finance คลังสั่งสรรพสามิตพิจารณาเกณฑ์ MIT คำนวณอัตราภาษีจาก Local Content ยันไม่ได้เอาใจค่ายรถญี่ปุ่น
สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
Tech สหรัฐ ดัน ‘Super AI’ จับมือไทย ยกระดับรัฐบาลดิจิทัล-ไซเบอร์
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
ดูทั้งหมด

ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา

04 พ.ย. 2569 | 10:52น.
ปลุก Reinvent ยกเครื่องประเทศ ชี้ทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา

นายกฯ เปิดวิสัยทัศน์ ‘Reinvent Thailand’ ยกเครื่องประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน มุ่งพึ่งพาตนเอง ทั้งพลังงาน–เศรษฐกิจ–ทุนมนุษย์ พร้อมสร้างวัฒนธรรมการเมืองที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ บอก อย่าดึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงแล้วให้ตัวเองกลับขึ้นมา โดยไม่สนกติกา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Reinvent Thailand” ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 โดยช่วงระบุว่า หัวข้อ Reinvent Thailand ถือเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก เพราะไม่ใช่แค่การสร้างอะไรใหม่ๆ แต่คือการหยิบ สิ่งที่มีอยู่แล้วขึ้นมาดูว่าเราสามารถที่จะสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดการใช้งานและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เสมือนการยกเครื่องประเทศไทยขึ้นมาใหม่

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมาดูว่าประเทศไทยต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง เพื่อให้ประเทศมีโอกาสมากขึ้นและมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ตลอดจนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้ดีขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การมาเวทีนี้โชคดีที่ตนมีผลการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 และได้มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากเพียงพอ ที่เราจะจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และสามารถทำให้การขับเคลื่อน รวมถึงการดำเนินการต่างๆของรัฐบาลเกิดประสิทธิภาพ

จึงหวังว่า รัฐบาลจะผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจไปด้วยดี ซึ่งตนมั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ และสามารถที่จะตอบข้อสงสัย รวมถึงข้อกล่าวหาต่างๆของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เป็นอย่างดี

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ช่วงนี้ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย ได้พบกับผู้นำภาครัฐและภาคธุรกิจ จึงสามารถจับทิศทางของโลกได้ว่า มีทิศทางไปในแนวทางไหน และอะไรจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศไทย ซึ่งตนพบว่าประเทศไทยจะมีที่ยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง สง่างาม คือ“ต้องพึ่งพาตนเอง” โดยประเทศไทยจะต้องสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ด้านอาหาร ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการบริหารห่วงโซ่อุปทานให้ได้ก่อนแล้วค่อยประสานความร่วมมือ เพื่อรับมือกับความผันผวนและการแข่งขันจากภายนอก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ในการประชุม IMF – World bank 2026 ที่ผ่านมา เรายกเรื่องของการพึ่งพาตนเอง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นมา เพราะไม่ได้สอนให้เราหยุดพัฒนา หรือ ปิดประเทศอยู่คนเดียว แต่ตรงกันข้ามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบอกให้เราพัฒนาอย่างรู้เท่าทัน รู้จักแรงและความพอดีของตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับความเสี่ยง โดยใช้ความรู้และความรับผิดชอบ

พร้อมย้ำว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไปด้วยความรวดเร็ว ทั้งสิ่งแวดล้อม และ สภาพภูมิอากาศ อันเป็นผลมาจากมลภาวะ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี AI สังคมสูงวัยเพิ่มมากขึ้น และมีปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย สิ่งเหล่านี้จึงมาเปลี่ยนวิธีการ ทำให้ทุกประเทศต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองและพึ่งพาตนเองด้วยการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปาถกฐาวันนี้ ขอพูดถึง 3 เรื่อง คือ 1.ความมั่นคงทางพลังงาน 2.การเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ และ 3.การพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในบริบทรัฐศาสตร์ของประเทศไทย

ประการแรก ด้านความมั่นคงทางพลังงาน เห็นตัวอย่างได้จากที่หลายประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซียได้มีการประกาศนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากสิงคโปร์ หรือ สิงคโปร์ที่ประกาศว่าจะศึกษาเรื่องพลังงานงานเคลียร์เพิ่มเติม ดังนั้นประเทศไทยเราต้องถามตัวเองแล้ว ว่าจะทำอย่างไรให้ระบบพลังงานมีความมั่นคงและยั่งยืน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราออกนโยบายและดำเนินนโยบายด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยล่าสุดได้มีการเดินหน้าโซล่าร์ภาคประชาชน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่มีรูปธรรมของการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน ที่ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้พลังงานและบริหารค่าใช้จ่ายของตนเองได้ ในขณะเดียวกันประเทศไทยจะได้มีพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นในระบบพลังงานของประเทศด้วย

ประการที่สอง การเปลี่ยนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ เราจะ Reinvent Technology ผ่านการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีทางอาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เซมิคอนดักเตอร์ Data center และ AI ฉะนั้นเราต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการเปลี่ยนผ่าน ควบคู่ไปกับการทำให้ขั้นตอนของภาครัฐและกฎระเบียบต่างๆง่ายขึ้น สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมภาคผู้ประกอบการ

รวมถึงนักลงทุนต่างๆ เช่น กรณีของ BOI ล่าสุด เราก็ได้จัดทำ Thailand fast pass เพื่อส่งเสริมการลงทุนและปฏิรูประบบราชการ แต่หากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ ส่วนตัวมองว่าก็คงทำไม่ได้ ดังนั้นเราต้องสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาลจะได้สามารถไปแก้ไขปัญหา และ อุปสรรคต่างๆให้กับผู้ที่จะต้องมาใช้บริการภาครัฐ

นอกจากนี้ ประการที่สาม เราจะต้องพัฒนาทุนมนุษย์ เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจะยั่งยืนไม่ได้หากคนในประเทศนั้นไม่มีโอกาส ได้ปรับตัว และได้รับองค์ความรู้เพิ่มเติมไปด้วยกัน เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยี AI ได้มาเปลี่ยนโครงสร้างหลายประเทศ และบางประเทศก็เข้ามาแย่งงานมนุษย์จริง แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็ยังสามารถสร้างความต้องการและทักษะใหม่ๆได้ด้วย ที่ผ่านมารัฐบาลจึงให้คนไทยได้เรียนรู้การใช้ AI และทำงานร่วมกับสถานศึกษา

รวมถึงผู้ประกอบการด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและในอนาคต พร้อมกับเพิ่มทักษะ ความรู้ ความชำนาญให้กับบุคลากร เพื่อทำให้บุคลากรของเรามีความพร้อมและเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับโลกทั้งใบ

สุดท้าย นายกรัฐมนตรี เชื่อว่า สิ่งที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนอีกเรื่องหนึ่งให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว มั่นคง และมีความยั่งยืนคือเราต้องมี “ Reinvent politics” หรือ สภาพทางการเมืองที่เป็นบวก เพราะทุกวันนี้ยังเป็นลบอยู่ และมีความขัดแย้งกัน โดยมีเป้าคือทำอย่างไร ถึงจะมีอำนาจในการบริหารประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ทุกคนอยากบริหารประเทศผมเข้าใจ แต่ต้องมีกติกาไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างเพื่อดึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลงแล้วให้ตัวเองกลับขึ้นมา โดยไม่สนว่ากติกาหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมของประเทศว่าเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้อง Reinvent การเมือง โดยสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองขึ้นมาใหม่ เพราะถ้าการเมืองดี เราก็จะสามารถพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่พูดคำด่าคำเหน็บแนมกันและกัน หรือ ด้อยค่าโดยใช้วาทกรรม”

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าการเมืองดี เราก็สามารถที่จะตรวจสอบกันและกันบนฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปล่อยเฟคนิวส์ หรือ คำพูดที่รับฟังใครต่อใครมาโดยหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ และถ้าการเมืองดี แต่ละฝ่ายก็จะทำหน้าที่โดยมีเป้าหมายว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น และมีความมั่นคงสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ทำอย่างไรให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถูกดูถูก เกลียดชัง และใส่เรื่องร้าย ถ่วงเวลาให้ไม่สามารถทำงานได้ราบรื่น

พร้อมย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่า ห้ามวิจารณ์ ห้ามตรวจสอบ เพราะเป็นไปไม่ได้ในระบบสังคมประชาธิปไตย แต่เป้าหมายคือต้องเอาประเทศชาติเป็นหลัก ประชาชนเป็นหลัก และทำงานด้านการเมืองด้วยความสร้างสรรค์ สื่อสารด้วยความสร้างสรรค์ และด้วยข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้

ซึ่งการยกเครื่องประเทศไทย ไม่ได้เพียงหน้าที่ของรัฐบาลหรือของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการคิดร่วมกัน และนำจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาต่อจิ๊กซอว์ด้วยกัน เพื่อให้ภาพของประเทศไทยมั่นคงในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อนุทิน