เดือนหน้าชง ครม. เกณฑ์ ‘เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.’ ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
ปกรณ์ เผยเตรียมชง ‘เกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ ขรก.พลเรือน’ เข้า ครม.เดือนหน้า ชี้ได้สูงสุดอาจ 15 เท่าพิจารณาตามอายุงาน คาดเริ่มได้ก่อน 1 ต.ค. 70 ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือน หรือ Early Retire หลังวานนี้ (29 ต.ค.) ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้ข้อมูลมาเบื้องต้น ซึ่งตนยังไม่อยากให้รายละเอียดมาก เพราะเกรงจะเกิดความสับสน แต่ยืนยันการดำเนินการมาตรการดังกล่าว มีสูตรคำนวณที่คล้ายในอดีต เพียงแต่เพดานสูงสุดน่าจะได้เพิ่มขึ้นกว่าในอดีต
เมื่อถามว่าเพดานสูงสุดจะได้มากกว่า 15 เท่าหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่าน่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่ง 15 เท่าคือเพดานสูงสุด โดยขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือ จึงขอให้รอรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน แล้วทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะออกมาชี้แจงอีกครั้ง
เมื่อถามย้ำว่าจะเพิ่มจากเดิมเท่าไหร่ นายปกรณ์ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนจะกล่าวว่าสูงสุดได้ 15 เท่า พร้อมปฏิเสธว่าไม่ถึง 20 เท่า
นายปกรณ์ย้ำว่า เรื่องนี้มีสูตรการคำนวณ เพราะขณะนี้เห็นหลายคนเอาฐานเงินเดือนไปคูณด้วยสูตร 15 เท่า ซึ่งจะได้ไม่เท่ากันทุกคน
ส่วนอายุผู้เข้าเกณฑ์ นายปกรณ์กล่าวว่า ตามที่เคยมีมติ คืออายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตาก็อาจเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีเข้าร่วมโครงการได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ลาออกไปดูแลญาติพี่น้องหรือดูแลตัวเอง
เมื่อถามว่าผู้เข้าร่วมโครงการแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามารับราชการได้อีกใช่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงตุลาการและอัยการ เพราะวัตถุประสงค์คือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ก็อาจมีการเรียกเงินคืน
เมื่อถามว่าตั้งเป้าหรือไม่ว่าต้องการให้มีข้าราชการออกกี่คน นายปกรณ์กล่าวว่า 5% ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการ 5 ปี เพราะฉะนั้นภายใน 5 ปี ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ที่ออกจากราชการ 3 หมื่นคน
เมื่อถามว่าจะมีการยุบตำแหน่งราชการด้วยหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่ายุบ แต่ไม่ได้ยุบตำแหน่งที่คนดังกล่าวครองอยู่ แต่จะยุบตำแหน่งอื่นที่เท่ากับจำนวนที่ออกไป เพื่อให้จำนวนข้าราชการน้อยลงมากที่สุด พร้อมย้ำว่าไม่ได้เน้นจำนวนอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจจะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้
รองนายกฯ เปิดเผยว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ส่วนรายละเอียดตั้งใจว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนก่อน ส่วนข้าราชการทหารและตำรวจเขามีโครงการในลักษณะนี้อยู่แล้ว