เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

รัฐบาล-ฝ่ายค้าน ประลองกำลัง  อนุทินลากยาวเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

28 ต.ค. 2569 | 09:01น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

กลายเป็นการประลองกำลังระหว่างฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน

ในการเคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก 17 รัฐมนตรี บวก 1 นายกรัฐมนตรี รวมเป็น 18 คน 12 ข้อกล่าวหา ต้องการได้เวลาอภิปราย 5+1 วัน โดยมีเวลาอภิปราย 60 ชั่วโมง แบ่งเป็นอภิปราย 5 วัน บวกลงมติ 1 วัน 

ขณะที่รัฐบาลล็อกเวลาให้ฝ่ายค้าน 3+1 วัน อภิปราย 3 วัน ลงมติ 1 วัน คือ 27-30 ตุลาคม

รัฐบาลเก๋าเกมกว่า เปิดเกมโยนเงื่อนเวลาอภิปรายออกมาล็อกฝ่ายค้าน เพียงแค่ 3 วันทำให้การประชุมวิปรัฐบาล – ฝ่ายค้าน และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกาข้อสรุปวันอภิปราย 2 ครั้ง ต้องล่มลง หาข้อสรุปไม่ได้

ก่อนรัฐบาลจะออกลีลายอมถอย 1 ก้าว ให้เวลาฝ่ายค้าน 4+1 วัน ยื่นเงื่อนไขเวลาใหม่ กำหนดวันที่ 26-29 และลงมติ 30 ตุลาคม ผ่านสื่อ 

ขณะที่ฝ่ายค้าน ตามท่าทีของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับเงื่อนไขอภิปราย 4 วัน

“ถ้าอยากให้เราปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ ซึ่งหากไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์หน้าหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป พวกเราพร้อม อยู่ที่คำตอบของรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความพร้อมขนาดไหน ขอยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะเป็นสัปดาห์หน้าหรือ 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ จริง ๆ เสาร์-อาทิตย์ก็ได้ สภาไม่ใช่ว่าต้องหยุดเสาร์-อาทิตย์”

ขณะที่ “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ได้ทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้านทั้งหมด ซึ่งตามหลักเราตกลงกันได้แล้ว ถอยคนละก้าวกันได้แล้ว คือ 4+1 วัน 

โดยได้แจ้งว่า รัฐบาลได้ให้เวลาในสัปดาห์นี้ ถ้าเป็น 4+1 วัน ส่วนที่ว่าทำไมไม่เอาสัปดาห์นี้ (27-30 ตุลาคม) ฝ่ายค้านแจ้งว่า จะวุ่นวายในการจัดคน หากยุ่งยากขนาดนั้นเลื่อนก็เลื่อน ฝ่ายค้านจึงบอกว่าเอาวันไหนก็ได้ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม ก็จะทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้าน

“เขา (รัฐบาล) ให้เวลาสัปดาห์นี้แล้ว เพียงแต่ว่าการปรับคนของฝ่ายค้านปรับไม่ทัน จึงให้เลื่อนไปเดือนพฤศจิกายน หรือธันวาคมก็ได้ วันเสาร์ อาทิตย์ก็ได้”

เมื่อรัฐบาลยังไม่ระบุวันและเวลาให้ชัด ฝ่ายค้านจึงยังไม่สามารถจัดคนลงอภิปรายได้

เพราะเมื่อฝ่ายค้านยอมรับเงื่อนไข 4+1 วัน จะต้องจัดสรรเวลาและผู้อภิปราย รวมถึงแบ่งเวลาระหว่างพรรคฝ่ายค้านใหม่ทั้งหมด

อนุทิน

“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี จึงออกมาชิงจังหวะปล่อยตารางงานเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นสเต็ป บีบให้เหลือเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เหลือเพียงเดือนธันวาคมก่อนปิดสมัยประชุม 

อนุทินกล่าวว่าจริง ๆ สัปดาห์นี้ทุกคนเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ขณะเดียวกันรัฐมนตรีที่มีรายชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ได้เลื่อนนัดหมายต่าง ๆ เพื่ออยู่รับฟังการอภิปราย แต่พอฝ่ายค้านไม่ยอมให้มีการอภิปรายก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะรัฐมนตรีแต่ละท่านยังต้องมีภารกิจปกติที่ต้องปฏิบัติราชการอยู่ทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น ต้องพยายามไปถามรัฐมนตรีแต่ละท่านก่อนว่าจะพร้อมวันเมื่อไหร่ แต่เดือนพฤศจิกายนก็บอกไปแล้วว่ายากมาก”

“เรามีตัวแทนที่ไปเจรจาแล้ว รัฐบาลก็ยืนยันในสิ่งที่รัฐบาลได้จัดสรรเวลาไป ถ้าทำการบ้านมาดี ๆ 1-2 วันก็พอแล้ว เอาเป็นสาระ ถ้าทำอะไรผิดไม่ต้อง 1 วัน ไม่ต้อง 5 วัน แค่ 10 นาที ถ้าคิดว่าผิด ขอให้มีหลักฐาน อย่าได้ไปพูดพล่ามอย่างเดียว ขอให้เอาสาระ อย่าไปเน้นว่าจะเอาเวลาเท่านั้นเท่านี้” 

พลิกตารางงานเดือนพฤศจิกายนของนายกรัฐมนตรี มีดังนี้

31 ต.ค. – 1 พ.ย. อนุทินเยือนภูฏาน อย่างเป็นทางการ

2-3 พ.ย. ประชุม ครม.สัญจร อุดรธานี พร้อมเปิดงานพืชสวนโลก

13-14 พ.ย. ต้อนรับหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เยือนไทย

16-18 พ.ย.  ประชุม ASEAN Summit ที่ประเทศฟิลิปปินส์

19-22 พ.ย. ประชุม APEC ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

23-24 พ.ย. ประชุมคณะทำงานร่วมรัฐบาลไทย และเลขาธิการ OECD

28-29 พ.ย. ประชุมผู้นำ ACMECS Summit ที่เวียดนาม

“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเป็น 1 ในวิปฝ่ายค้านที่ช่ำชองกลเกมในสภา วิเคราะห์ท่าทีของนายกฯ อนุทินว่า “รัฐบาลควรจะแจ้งมาเป็นทางการว่า เวลาที่ท่านประธานสภาแจ้งไปท่านสะดวกเมื่อไหร่ เพราะว่าการพูดคลุม ๆ เครือ ๆ ทำให้ทุกอย่างมันไม่ชัดเจน คนก็จะมองว่ารัฐบาลพยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ”

“การพูดคลุมเครือในทํานองว่าคนนั้นก็ไม่ว่าง คนนี้ก็ไม่ว่าง เป็นคำตอบที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นควรพูดให้ชัดว่า เวลาที่ท่านประธานสภาแจ้งไป จำนวนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ท่านตอบตกลงที่จะมารับการตรวจสอบเมื่อไหร่ แจ้งมาเป็นทางการเลยดีกว่า”

“สาทิตย์” อ่านเกมนี้ว่า ยิ่งนานยิ่งชัดว่ารัฐบาลกำลังยื้อไปเพื่ออะไร เพราะรัฐบาลบอกว่าพร้อมมาตั้งแต่ต้น นายกฯ ถึงขั้นบอกว่าจะลดเวลาชี้แจงลง แสดงว่าพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว การรับการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติเป็นหน้าที่ของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ การโยกโย้และพูดคลุมเครือทำให้เกิดความไม่ชัดเจนและความเสียหายต่อกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลจะใช้อำนาจบริหารฝ่ายเดียวโดยไม่ให้ฝ่ายอื่นตรวจสอบไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ กระบวนการตรวจสอบนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่าทำได้ปีละ 1 ครั้ง จึงควรกำหนดเวลาให้ชัดเจนแทนการพูดคลุมเครือ

เขามองผลทางการเมือง เมื่อรัฐบาลพยายามลากเกมอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเดือนธันวาคมว่า จริง ๆ มีเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงปิดสมัยประชุม ถึง 22 ธันวาคม แต่ความเหมาะสมอยู่ที่ประธานสภาที่จะต้องเจรจากับฝ่ายนายกฯให้จบเพราะยิ่งเนิ่นนานออกไปมันก็เกิดผลเสีย 2 ข้างอยู่แล้ว 

1.ดูเหมือนว่ารัฐบาลพยายามที่จะเตะถ่วงเวลา ลากยื้อเวลาการอภิปรายออกไป ซึ่งจะส่งผลต่อมาคือ ทำให้กระบวนการนิติบัญญัติในการตรวจสอบมันไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ เสมือนกับว่าฝ่ายบริหารพยายามใช้ลีลาของตัวเองมาก้าวล่วงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมันไม่เหมาะสมอยู่แล้ว  

2. ผลเสียที่เกิดขึ้นก็คือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน คิดว่าประชาชนมีความสงสัย มีความอึดอัดใจอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ฮั้ว สว. เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น เรื่องเงินทอง เรื่องเว็บพนันต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

“เพราะฉะนั้นยิ่งรัฐบาลถ่วงเวลาออกไปมากขึ้น ยิ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลก็มีปัญหามากจริง ๆ”

เกมอภิปรายไม่ไว้วางใจมีแนวโน้มสูงที่จะถูกลากออกไปถึงเดือนธันวาคม เป็นศึกประลองกำลังระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ใครเก๋าและอึดกว่ากันในเกมนี้