ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120 ล้าน
ครม.เคาะ 4 มาตรการพยุงราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 120.30 ล้าน ดูดซับผลผลิต 3 แสนตัน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลเดินหน้ามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และส่งเสริมการผลิต ปี 2569/70 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว
โดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณามาตรการรวม 4 โครงการ วงเงินงบประมาณจ่ายขาดทั้งสิ้น 120.30 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ใช้งบฯกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 71.50 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 48.80 ล้านบาท
นางสาวลลิดากล่าวว่า มาตรการสำคัญส่วนแรกมุ่งรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน โดยมีโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 20 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผู้ใช้วัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 60-120 วัน ตั้งเป้าดูดซับผลผลิตออกจากตลาดชั่วคราว 200,000 ตัน พร้อมชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงผลผลิตกระจุกตัว โดยไม่แทรกแซงกลไกตลาดโดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการดูดซับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงิน 51.50 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตจากพื้นที่ที่มีปริมาณข้าวโพดออกสู่ตลาดจำนวนมาก และกระจายไปยังผู้ใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ผ่านกลไกองค์การคลังสินค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อช่วยลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัวในแหล่งผลิตและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่เกษตรกร
สำหรับมาตรการด้านสินเชื่อ รัฐบาลเตรียมสนับสนุนโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 35 ล้านบาท ผ่าน ธ.ก.ส. โดยมีวงเงินสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิต 100,000 ตัน เพื่อให้สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับรับซื้อ รวบรวม และแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4.50 ต่อปี ซึ่งรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี และสถาบันเกษตรกรรับภาระเพียงร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 13.80 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรเป้าหมาย 1,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 230 ล้านบาท หรือรายละไม่เกิน 230,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 24 เดือน เพื่อให้เกษตรกรนำเงินทุนไปพัฒนากระบวนการผลิต เลือกใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม เพิ่มผลผลิตต่อไร่ ยกระดับคุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลดต้นทุนการผลิต
นางสาวลลิดากล่าวว่า มาตรการทั้ง 4 โครงการเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปีการผลิต 2568/69 โดยโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปีที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร 12 ราย วงเงิน 447.50 ล้านบาท สามารถรับซื้อผลผลิตได้ประมาณ 96,000 ตัน หรือร้อยละ 96 ของเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสถาบันเกษตรกรในการช่วยรองรับผลผลิตและสร้างช่องทางตลาดให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของโครงการสินเชื่อทั้ง 2 โครงการแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามกระบวนการต่อไป
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการผลผลิตในช่วงที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก การเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้รับซื้อและสถาบันเกษตรกร ไปจนถึงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนาการเพาะปลูก โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างเหมาะสม ลดความผันผวนของราคา มีต้นทุนการผลิตที่แข่งขันได้ และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ครัวเรือนเกษตรกร ควบคู่กับการเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่การผลิตอาหารสัตว์และภาคปศุสัตว์ไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดากล่าว