เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
Business ส่องกระแส “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนบะหมี่ซองให้เป็นเมนูฮิต
IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
Tech IMF เปิดหลักฐาน AI ทุบตลาดแรงงานเอเชีย กระทุ้งรัฐ-ผู้กำหนดนโยบายตั้งรับ
นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
News นับคะแนนบอร์ดประกันสังคมครบ 100% ผู้ใช้สิทธิ์ทะลุล้านคน ทุบสถิติปี 66 พุ่ง 733%
เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
Politics เปิดหนังสือ สตง. จี้บอร์ด Thai PBS ดำเนินการ ผอ.-ชดใช้ 85.22 ล้าน
การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
News การเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน
นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
Politics นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก
IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
Politics IMF-World Bank โอกาสเร่งโชว์ศักยภาพไทย เหตุ สหรัฐฯ ไม่ร่วมภารกิจภายใน
หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน ชงปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้า 7 จังหวัดชายแดน ชงปลดล็อกสินเชื่อ SME-ขยายพักหนี้อีก 1 ปี
กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
Politics กาง 77 นโยบาย “ประกันสังคมก้าวหน้า” หลังชนะเลือกตั้ง เปิดโรดแมป 3 ระยะ 7 วัน-1 ปี-2 ปี
ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,250 บาท
ดูทั้งหมด

นายกฯ เผย IMF-World Bank ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก

12 ต.ค. 2569 | 19:18น.
นายกฯ เผย 'World Bank-IMF' ชมไทยดึงบิ๊กการเงินแห่ร่วม ชี้โอกาสพาไทยกลับจอเรดาร์โลก

นายกฯ เปิดนิทรรศการ ‘The Royal Legacy’ กลางเวที IMF–World Bank 2026 ชู “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เผยประธาน World Bank และ IMF ชมไทยจัดประชุมยิ่งใหญ่ ผู้เข้าร่วมรวม 1.8 หมื่นคน ชี้เป็นความสำเร็จในการสร้างความเชื่อมั่นนานาชาติ หวังพาไทยกลับสู่เรดาร์เวทีโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า : เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” (The Royal Legacy : Empowering People, Building Resilience) ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (2026 IMF–World Bank Annual Meetings) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ท่ามกลางผู้บริหารองค์กรการเงินระดับโลก คณะรัฐมนตรี และผู้แทนระดับสูงจากนานาประเทศที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นายอาจัย บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกที่เข้าร่วมงานนี้ 

นายเอกนิติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดนิทรรศการว่า เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสที่กำลังจะก้าวสู่วาระครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ ในปี 2570 (ค.ศ. 2027) โดยพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทย ทรงวางรากฐานผ่านโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาจนถึงปัจจุบัน 

ทั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนจากการที่ครอบครัวบนพื้นที่สูงใน จ.เชียงใหม่ได้เปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาเป็นการปลูกกาแฟ เกษตรกรมีน้ำใช้เพาะปลูกแม้ในฤดูแล้ง และชาวประมงได้เห็นฝูงปลากลับคืนสู่แหล่งน้ำชายฝั่งอันเป็นแหล่งสร้างรายได้ 

นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักการของพระองค์ย้ำเตือนเสมอว่า การพัฒนาต้องยึดประชาชนและชุมชนเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน นิทรรศการนี้ยังได้สะท้อนถึงพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกการพัฒนานี้ เพื่อสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทยทุกคน 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของประเทศไทยต่อความท้าทายในปัจจุบัน 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (Digital Public Infrastructure) การรับมือกับสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) และสังคมอายุยืน (Longevity) โดยกระทรวงการคลังได้นำจิตวิญญาณของการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางมาใช้ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบอาหารจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศมารับรองผู้เข้าร่วมประชุม

พร้อมนำผ้าทอพื้นเมืองที่มีลวดลายเอกลักษณ์ 37 ลวดลาย จาก 26 ชุมชนท้องถิ่น มาจัดแสดงและตกแต่งในห้องประชุมแต่ละห้อง เพื่อให้ประชาชนไทยได้มีส่วนร่วมในการรวมตัวครั้งสำคัญระดับโลก และหวังว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงมรดกแห่งการพัฒนาของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย 

จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสู่ประเทศไทย และกล่าวเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ ว่า หัวข้อหลักของการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของไทยในการวางประชาชนไว้เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งวิสัยทัศน์นี้เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันได้รับแรงบันดาลใจจากคำสอนและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงนำหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีคุณธรรมและความรู้เป็นเครื่องชี้นำ มาปฏิบัติจริงผ่านโครงการพัฒนาต่าง ๆ ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ

“ความก้าวหน้าที่แท้จริงต้องไม่ประเมินจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความเข้มแข็งของชุมชน การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนขีดความสามารถของประชาชนในการเผชิญหน้ากับความท้าทายในอนาคต ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ช่วยชี้นำให้เกิดการเติบโตอย่างสมดุล ครอบคลุมทุกภาคส่วน และยั่งยืน” 

นายกฯ กล่าวว่า ในวาระที่จะก้าวสู่การครบรอบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพในปี 2570 นิทรรศการภายในศาลาเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณแล้ว ยังเป็นการเชิญชวนให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันทบทวนถึงการนำวิสัยทัศน์ตามแนวพระราชดำริมาปรับใช้เพื่อแก้ไขความท้าทายในยุคปัจจุบัน โดยได้แสดงให้เห็นถึงการแปรหลักปรัชญาไปสู่แนวทางปฏิบัติที่จับต้องได้ ทั้งการเสริมพลังชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมแสดงความหวังว่านิทรรศการนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนมุ่งสู่การพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสำหรับทุกคน ก่อนจะประกาศเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้แทนจากนานาประเทศ 

จากนั้น นายกฯ เดินชมนิทรรศการ “Thailand Pavilion” ซึ่งแบ่งเนื้อหานิทรรศการออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 Digital Public Infrastructure นำเสนอความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย เช่น PromptPay และระบบชำระเงินผ่าน QR ข้ามพรมแดน รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

โซนที่สอง Climate Resilience นำเสนอแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำท่วม การใช้แผนที่ข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาเมืองและชุมชนคาร์บอนต่ำ

โซนที่สาม Longevity นำเสนอระบบสุขภาพและเศรษฐกิจสุขภาวะของไทย ตั้งแต่ระบบหลักประกันสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางชีวภาพ นวดไทย ตลอดจนการแพทย์แม่นยำและอุตสาหกรรม Wellness ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย

จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า: เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” ว่า นิทรรศกาลเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมประชุมงานIMF-World Bank 2026 ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพ สืบสานต่อเนื่องมาจนถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

เป็นการบอกให้ชาวโลกได้รับทราบว่าประเทศไทย ผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆมาจนถึงปัจจุบันได้ด้วยแนวนโยบายที่เราได้รับพระราชทานมา วันนี้มาเปิดนิทรรศการเพื่อให้ทุกคนได้รับทราบถึงแนวนโยบายด้านการเงิน การคลังทิศทางเศรษฐกิจของประเทศและจะมีการเสนอแนวทางต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มปราบปรามสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ หรืออาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ซึ่งประเทศไทยมีผลงานที่ดีในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ ก็จะนำเสนอในที่ประชุมWorld Bank เพราะการปราบอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมทางออนไลน์และเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่ได้รับผลกระทบไปทั้งโลก 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า การมาตรวจความพร้อมได้พบประธาน World Bank และประธาน IMF  ทั้ง 2 ท่านได้แสดงความพึงพอใจ นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยทำมาโดยตลอดคือสร้างความมั่นใจให้กับนานาชาติเพื่อนำโอกาสต่างๆเข้ามาสู่ประเทศไทย 

ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็ชมแล้วชมอีก และให้ความมั่นใจในหลายเรื่อง ประธาน World Bank พูดถึงขั้นว่าตั้งแต่จัดมาครั้งนี้มีคนมาร่วมงานมากที่สุดนับองค์ประกอบทุกคณะแล้วเข้ามาถึง 18,000 คนซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จของประเทศไทยที่สามารถสร้างความมั่นใจให้คนที่อยู่ในวงการการเงิน วงการธนาคารและตลาดทุนทั่วโลก ยังไม่นับผู้นำประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าแบงก์ชาติของหลายประเทศที่เข้ามาร่วมงาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสเต็ปของประเทศไทยที่เดินในแนวทางกลับคืนสู่จอเรดาร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IMF-World Bank IMF-World Bank 2026