ลำพูน พื้นที่แรกใช้ ‘ประกันภัยพิบัติฯ’ หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน
ปภ.เผย ‘ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ’ เริ่มใช้จริงแล้ว ‘ลำพูน’ ประเดิมที่แรก หลังน้ำป่าท่วม 4 หมู่บ้าน กระทบ 225 ครัวเรือน ผ่านระบบออนไลน์-วอล์กอิน
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวโครงการ “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ว่า โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
และจังหวัดลำพูนถือเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ที่ได้ใช้ระบบจริง หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. โดยระบบสามารถตอบสนองและเริ่มกระบวนการช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ
ด้าน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. เวลาประมาณ 17.00 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง ได้รับความเสียหาย 4 หมู่บ้าน แม้น้ำจะท่วมเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่มีทั้งคราบโคลนและทรายจำนวนมาก บางจุดน้ำสูงถึงระดับเอว ส่งผลกระทบต่อประชาชน 225 ครัวเรือน
หลังเกิดเหตุ จังหวัดได้รับการประสานจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และอธิบดี ปภ. ให้เร่งดำเนินการเรื่องการเคลมประกันภัยพิบัติ โดยเนื่องจากเป็นเหตุการณ์แรก ๆ ที่นำระบบนี้มาใช้ในพื้นที่ จึงต้องมีการช่วยชาวบ้านทำความเข้าใจขั้นตอนการยื่นเคลม
ผู้ว่าฯ ลำพูน ระบุว่า หากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตัวเองทั้งหมด อาจเกิดความสับสน เนื่องจากมีขั้นตอนและหลักฐานที่ต้องใช้หลายส่วน จึงมอบหมายให้นายอำเภอบ้านโฮ่งรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อนทั้ง 225 ครัวเรือน พร้อมประสานสำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาช่วยดูแลการยื่นหลักฐาน ทั้งระบบออนไลน์และการยื่นแบบวอล์กอิน
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากนายกเทศมนตรี ปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับจังหวัด เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น โดยจังหวัดได้นำประชาชนที่ได้รับความเสียหายมารวมตัวกันที่ห้องประชุม และหลังการแถลงข่าวจะเริ่มดำเนินการลงทะเบียนจริง พร้อมเก็บปัญหาและอุปสรรคจากการใช้งานระบบครั้งแรก เพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป
จากนั้น ผู้ว่าฯ ลำพูน ได้ให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเริ่มลงทะเบียนขอรับค่าสินไหมทดแทน ทั้งผ่านระบบออนไลน์และระบบวอล์กอิน โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการอย่างใกล้ชิด