รัฐบาลไฟเขียวตั้งคณะทำงานร่วมไทย-เมียนมา คุมคุณภาพแม่น้ำพรมแดน
รัฐบาลเดินหน้ากลไกไทย–เมียนมา ตั้งคณะทำงานร่วมบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนและแม่น้ำข้ามแดนอย่างเป็นระบบ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ หรือ TOR ของคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือในการติดตาม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ลงนามในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานร่วมดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถเริ่มขับเคลื่อนความร่วมมือและประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นรูปธรรม
การจัดตั้งคณะทำงานร่วมจะช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การติดตามสถานการณ์ในแม่น้ำที่เชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ การประสานมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ตลอดจนการหารือแนวทางรับมือกรณีเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ สุขภาพ และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ
“ปัญหาคุณภาพน้ำข้ามพรมแดนไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง การมีกลไกทำงานร่วมระหว่างไทยกับเมียนมาจะช่วยให้การติดตามข้อมูล การแจ้งเตือน และการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีทิศทางเดียวกัน และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองฝั่งพรมแดน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องปรับแก้ถ้อยคำใน TOR ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือผลประโยชน์ของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถพิจารณาดำเนินการได้ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้การจัดตั้งและขับเคลื่อนคณะทำงานร่วมเป็นไปอย่างคล่องตัวและทันต่อสถานการณ์
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแหล่งน้ำและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ ความโปร่งใส และผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน