ดับฝันคุมธุรกิจส่งด่วน ? ดองเค็ม พ.ร.บ.ไปรษณีย์ อายุ 100 ปี ข้าม 2 รัฐบาล
ร่างแก้ไข พ.ร.บ. ไปรษณีย์ 2477 กำกับธุรกิจขนส่งพัสดุ แช่ในกองกฎหมายกระทรวงดีอีข้ามรัฐบาล จับตากฎหมายใหม่ควบคุมอีคอมเมิร์ซ-แพลตฟอร์มดิจิทัล
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พ.ศ. 2477 ในเชิงแนวคิดเบื้องต้นส่วนตัวไม่ได้ติดอะไรแต่ตัวร่างยังคงอยู่ที่กองกฎหมาย ของสำนักปลัดกระทรวง อยู่ระหว่างตรวจทานร่างปรับปรุงแก้ไข และจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“โดยหลักการแล้วไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลก่อน”
และว่า กระทรวงยังมีกฎหมายที่กำลังรอชงเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายฉบับ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล และร่าง พ.ร.บ.ปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ทันต่อการเปิดสภาผู้แทนราษฎรภายในช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้
รมช. ระบุด้วยว่า การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลเหล่านี้ อาจมี “แรงเฉื่อย” อยู่บ้าง แต่เชื่อว่าสามารถผลักดันได้ทันสมัยประชุมหน้า
เมื่อถามว่าแรงเฉื่อยมาจากไหน รมช. ระบุว่า กฎหมายเหล่านี้ต้องเปรียบเทียบและตรวจสอบกับประเทศต่าง ๆ ด้วย
ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า การแก้ไขเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ มีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรก คือ การแข่งขันและการรักษาโครงข่ายการขนส่ง เรื่องที่สอง คือการขออนุญาต เพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภค
“มีข้อกำหนดให้เอกชนที่ทำธุรกิจจนส่งพัสดุ ในไทยต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว อยู่ที่ระทรวงดีจะใช้แนวทางไหน การขออนุญาต หรือจดแจ้ง แต่โดยส่วนตัวไม่อยากให้เป็นเพียงการจดแจ้ง เพราะเมื่อเกิดปัญหาในการให้บริการ กฎหมายจะไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้”
กฎหมายฉบับนี้ เป็นความพยายามยกร่างปรับปรุง โดยไปรษณีย์ไทยเพื่อปรับปรุงให้ทันกับสถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจขนส่ง-อีคอมเมิร์ซ สมัยใหม่ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567
ดร.ดนันท์กล่าวด้วยว่า ไม่ได้หวังว่าการแก้ไขกฎหมายนี้ จะเข้ามาช่วยให้ให้การแข่งขันในตลาดดีขึ้นแล้ว เพราะการแข่งขันเองก็ยังดุเดือดอยู่ ขนส่งเอกชนบางเจ้าเพิ่งตัดราคาค่าส่งชิ้นงานไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไปรษณีย์ไทยอยู่เฉยไม่ได้ ต้องปรับตัวและปรับแผนการทำงานมาโดยตลอด เพื่อให้สอดรับการสถานการณ์การแข่งขัน
“ขณะเดียวกันเราเป็นหน่วยงานรัฐที่ต้องตอบสนองนโยบายช่วยเหลือประชาชน เราจึงต้องปรับตัวเพื่อให้เราอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพา หรือเป็นภาระของรัฐ”