เชื้อปริศนารั่วไหล นักวิจัยรัสเซียดับ 1 ราย เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
ทางการรัสเซียเผย เชื้ออันตรายหลุดออกมาจากอุบัติเหตุภายในห้องปฏิบัติการในไซบีเรีย หลังนักวิจัยรายหนึ่งเสียชีวิต
CNN World รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ สถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรค ในเมืองเชเลคอฟ ใกล้เมืองอีร์คุตสค์ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเชื้อที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวคือเชื้อชนิดใด
ตามข้อมูลจาก Rospotrebnadzor หน่วยงานรัฐบาลกลางของรัสเซียที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุข การควบคุมโรค และการคุ้มครองผู้บริโภคระบุว่า เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ 1 รายเสียชีวิต หลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดบวม ไม่ทราบสาเหตุ
ทางการเผยว่า สถานการณ์ด้านสุขอนามัยและระบาดวิทยาในแคว้นอีร์คุตสค์ รวมถึงเมืองอีร์คุตสค์และเชเลคอฟ ยังอยู่ในการควบคุม
ด้าน อิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ ประกาศให้ประชาชนอยู่ในความสงบ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้จัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับคณะกรรมการป้องกันการแพร่ระบาดระดับภูมิภาค และแพทย์ใหญ่ด้านสาธารณสุขของรัสเซียเข้าร่วมด้วย
คอบเซฟระบุผ่าน Telegram ว่า มีประชาชนในพื้นที่ 1 รายถูกสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรคอันตราย จึงเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์ ขณะที่โรงงานอะลูมิเนียมใกล้กับห้องแล็บสั่งให้พนักงานสวมหน้ากากเพื่อป้องกันไว้ก่อน
อาร์เตม โฟมินิคห์ ผู้อำนวยการโรงงานอะลูมิเนียมอีร์คุตสค์ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับห้องปฏิบัติการ เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หลังมีข่าวลือและข้อมูลที่ขัดแย้งกันแพร่สะพัด พร้อมระบุว่า ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่ทางการระบุตัวได้ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยยังไม่มีใครแสดงอาการ และผลตรวจหาเชื้อเป็นลบ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวอิสระท้องถิ่น Liudi Baikala รายงานโดยอ้างข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการว่า มีประชาชนเกือบ 200 คนอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลในเมืองเชเลคอฟ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ห้องแล็บผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ ยังมีการใช้มาตรการกักกันโรคในโรงพยาบาลแม่และเด็กอย่างน้อย 1 แห่งในเมือง
ด้าน เกนนาดี โอนิชเชนโก อดีตหัวหน้าหน่วยงาน Rospotrebnadzor ระบุว่า เชื้อที่พบในแคว้นอีร์คุตสค์มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ใช่กาฬโรค และแม้ภายหลังจะยืนยันว่าเป็นกาฬโรค ก็ไม่น่าจะเกิดการแพร่ระบาด พร้อมระบุว่า สภาพอากาศที่กำลังเข้าสู่ช่วงหนาวเย็นน่าจะช่วยจำกัดการแพร่เชื้อ
สำหรับกาฬโรคปอด (Pneumonic plague) เป็นหนึ่งในกาฬโรค 3 รูปแบบที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis โดยกาฬโรคปอดเกิดขึ้นเมื่อเชื้อเข้าสู่ปอด และต่างจากกาฬโรคอีก 2 รูปแบบตรงที่สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากระบบทางเดินหายใจได้
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ในรัสเซียอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตอาจติดเชื้อกาฬโรคปอด โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า รายละเอียดหลายประเด็นยังไม่ได้รับการยืนยัน พร้อมเรียกร้องให้ทางการรัสเซียเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วและโปร่งใส
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ระบุว่า ผู้ป่วยกาฬโรคปอดอาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และเกิดปอดบวมอย่างรวดเร็ว รวมถึงหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอ และในบางกรณีอาจมีเสมหะปนเลือด
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กาฬโรคเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษา แต่สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และสามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อได้ด้วยมาตรการป้องกันที่เหมาะสม