เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Toyota INNOVA ZENIX ยกระดับความสบายสไตล์รถครอบครัว
Automotive Toyota INNOVA ZENIX ยกระดับความสบายสไตล์รถครอบครัว
นายกฯ เผย Google เล็งเพิ่มลงทุนไทย ขยายจาก 2 แสนล้านแรก ไม่น้อยกว่ามาเลเซีย
Politics นายกฯ เผย Google เล็งเพิ่มลงทุนไทย ขยายจาก 2 แสนล้านแรก ไม่น้อยกว่ามาเลเซีย
อนุทิน โต้ปม “น้ำเงินกินรวบ” ยันนิติบัญญัติ-รัฐบาล แยกอำนาจชัด ชี้ผลงาน-ข้อเท็จจริงที่เซฟรัฐบาล
Politics อนุทิน โต้ปม “น้ำเงินกินรวบ” ยันนิติบัญญัติ-รัฐบาล แยกอำนาจชัด ชี้ผลงาน-ข้อเท็จจริงที่เซฟรัฐบาล
อนุทิน มั่นใจไทยแข็งแรงอาหาร-พลังงาน ระวังไม่สะดุดขาตัวเอง-หลังดึงลงทุนได้
Politics อนุทิน มั่นใจไทยแข็งแรงอาหาร-พลังงาน ระวังไม่สะดุดขาตัวเอง-หลังดึงลงทุนได้
EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
Economic EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
Business สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
Economic พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ข่าวหน้า 1 ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
Economic ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
World เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
ดูทั้งหมด

KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง

06 พ.ย. 2569 | 17:10น.

KKP Research ห่วงภาวะดอกเบี้ยโลกสูงยาวนาน ดึงต้นทุนการเงินเพิ่ม กระทบลงทุนเอกชน ซ้ำเติมหนี้รัฐ ห่วงไทยเสี่ยงกดดันสูง ชี้ดอกเบี้ยระดับต่ำสะท้อนความอ่อนแอเศรษฐกิจ ความเสี่ยงส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐที่ติดลบกว้างเป็นประวัติการณ์ หวั่นเงินทุนเคลื่อนย้ายอาจทำให้บาทอ่อนค่า ซ้ำเติมฐานะการคลัง ที่หนี้สาธารณะใกล้ถึงเพดาน 70%

รายงานข่าวจากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) ได้ประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด จากแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ทั้งขาดดุลการคลังของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความต้องการเงินทุนมหาศาลเพื่อลงทุนด้าน AI และความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจะกระทบการลงทุนภาคเอกชนและซ้ำเติมภาระหนี้ภาครัฐ

โดยเตือนประเทศไทยที่มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณความปลอดภัย แต่เป็นการสะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจมากกว่าความแข็งแกร่งทางการคลัง และปัจจุบันหนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน 70%

สำหรับประเทศไทย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปียังอยู่ระดับต่ำประมาณ 2.3% ทั้งที่รัฐบาลขาดดุลการคลังสูงประมาณ 4.4% ของจีดีพี ในปีงบประมาณ 2569 โดย KKP Research ประเมินว่าดอกเบี้ยต่ำสะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจ มากกว่าความแข็งแกร่งทางการคลัง เนื่องจากความต้องการสินเชื่อภาคเอกชนหดตัว ประกอบกับสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่อง 16 ไตรมาส และภาครัฐจึงกู้เงินได้โดยไม่เบียดบังเอกชน

นอกจากนี้ ไทยมีความเสี่ยงจากส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐ ที่ติดลบกว้างเป็นประวัติการณ์ หากทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายเปลี่ยนจนเงินบาทอ่อนค่า ตลาดอาจเรียกร้องดอกเบี้ยไทยที่สูงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมฐานะการคลังที่หนี้สาธารณะกำลังเข้าใกล้เพดาน 70% และคาดว่าแตะ 69% ในปีงบประมาณ 2570

อีกทั้งแม้ไทยจะได้ประโยชน์จาก FDI ด้าน AI และ Data center แต่หากไม่เกิดการกระจายตัวสู่เศรษฐกิจวงกว้าง (Spillover) เศรษฐกิจจะยังเติบโตแบบ K-shape ภาครัฐจะมีภาระต้องช่วยเหลือคนฐานรากและรองรับสังคมสูงวัยมากขึ้น “การรักษาวินัยการคลัง ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” จึงเป็นทางรอดเดียวในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ก่อนที่ไทยจะไม่สามารถพยุงดอกเบี้ยต่ำไว้ได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ KKP Research ได้ประเมินว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวทั่วโลกปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 5% ทางด้านญี่ปุ่นและฝรั่งเศสแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานและนโยบายธนาคารกลาง ซึ่ง KKP Research ประเมินว่าแรงกดดันรอบนี้มาจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาจทำให้ดอกเบี้ยไม่กลับไปต่ำเหมือนทศวรรษที่ผ่านมา

ส่วนผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตชนะจะช่วยลดความเสี่ยงของการผ่านนโยบายกระตุ้นภาครัฐ และการทวีความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและราคาน้ำมันจะปรับลงได้บ้าง แต่ดอกเบี้ยและราคาน้ำมันโดยรวมในปัจจุบันยังสูงกว่าในอดีตมาก

สำหรับปัจจัยที่กดดดันให้ดอกเบี้ยโลกสูงต่อเนื่อง มาจากทั้ง 1.การแย่งชิงเงินทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Global competition for capital) โดยภาครัฐขาดดุลการคลังสูง ส่วนกลุ่ม Big Tech (Hyperscalers) ต้องกู้ยืมมหาศาลเพื่อลงทุน AI และ Data Center 2.ความกังวลต่อความยั่งยืนทางการคลัง (Fiscal sustainability) ซึ่งนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยง (Fiscal premium) มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีแผนลดการขาดดุลที่น่าเชื่อถือ และ 3. ความเสี่ยงเงินเฟ้อระยะยาว เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน ส่งผลให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น

ทั้งนี้หากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ผลกระทบจะตกอยู่กับภาคเศรษฐกิจที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย โดยเฉพาะกลุ่ม High Yield ต้องรีไฟแนนซ์ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการลงทุนด้าน AI ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐ และการส่งออกของเอเชียอาจสะดุดลง หากต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงจนรายได้ไม่คุ้มทุน

ส่วนด้านการคลัง ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดวงจรหนี้ทบต้น (Snowball effect) ประเทศที่น่ากังวลคือประเทศที่เข้าเงื่อนไขต้องขาดดุลการคลังสูง ดอกเบี้ยสูงกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ และหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูง ซึ่งหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เริ่มเผชิญความเสี่ยงนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่า ภาครัฐมี 4 ทางเลือกหลัก ได้แก่ ลดการขาดดุลการคลัง ด้วยการเพิ่มภาษีและลดรายจ่ายจะยั่งยืนที่สุด แต่กระทบการเติบโตระยะสั้น ต่อมาออกพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันดอกเบี้ยยาว แต่เพิ่มความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ รวมถึงการทำ QE โดยให้ธนาคารกลางซื้อพันธบัตร แต่ทำได้ยากในภาวะเงินเฟ้อสูง รวมถึงกดดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อร่วมกับคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ถึงจะลดมูลค่าแท้จริงของหนี้ผ่านการเก็บภาษีผู้ออมทางอ้อม แต่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินและเสี่ยงเงินทุนไหลออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกียรตินาคินภัทร (KKP)