เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พยากรณ์อากาศ (2 พ.ย.) ฝนฟ้าคะนองและลมแรง หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง-ใต้ต้นไม้ใหญ่
News พยากรณ์อากาศ (2 พ.ย.) ฝนฟ้าคะนองและลมแรง หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง-ใต้ต้นไม้ใหญ่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 1.05% อยู่ที่ 78,250 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 1.05% อยู่ที่ 78,250 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยวันนี้ร่วงอีก 21 จุด ! หลัง 3 วันทรุด 42 จุด ‘เอเซีย พลัส’ แนะถือเงินสด 20-30%

30 ต.ค. 2569 | 11:30น.

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ร่วง 21 จุด หลัง 3 วันทำการก่อนหน้าทรุดกว่า 42 จุด หรือ 2.64% บล.เอเซีย พลัส ชี้แรงกดดันจากนโยบายราคาน้ำมัน งบฯบิ๊กแคปต่ำคาด และความเสี่ยงเงินทุนไหลออก แนะถือเงินสด 20-30% ชู SCGP-SAWAD-ITC หุ้นเด่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30 ต.ค.) เปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,523.60 จุด ลดลง 21 จุด หรือ 1.36% และยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง โดยล่าสุด ณ เวลา 11.22 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,523.67 จุด ลดลง 20.93 จุด หรือ 1.36% มูลค่าการซื้อขาย 32,521.61 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น หลังดัชนี SET ปรับตัวลดลงกว่า 42 จุด หรือ 2.64% ภายใน 3 วันทำการก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1.ความกังวลต่อนโยบายปรับโครงสร้างราคาน้ำมันของภาครัฐ ซึ่งเปลี่ยนมาใช้สูตรคำนวณอิงต้นทุนจริง (Cost Plus) และกำหนดค่าการกลั่นไม่เกิน 2.40 บาทต่อลิตร รวมถึงการปรับลดส่วนลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นจาก 4 บาท เหลือ 2 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. 2569 ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่น โดยราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 3.6–6%

2.ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่บางแห่งต่ำกว่าคาด โดย SCC พลิกจากกำไร 4,820 ล้านบาท เป็นขาดทุน 1,738 ล้านบาท จากแรงกดดันในธุรกิจปิโตรเคมี ขณะที่ DELTA รายงานกำไรประมาณ 7,760 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 11% จากการตั้งสำรองสินค้าคงคลัง กดดันราคาหุ้นขนาดใหญ่และภาพรวมตลาด

และ 3.ความเสี่ยงจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและไทย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังอยู่สูงกว่าไทย ซึ่งอาจจูงใจให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์และกดดันค่าเงินบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 2 วันทำการ ระหว่างวันที่ 28-29 ต.ค. 2569 รวมประมาณ 5,080 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มกลับมาขายสุทธิ เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศยังเผชิญแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐ จากความกังวลด้านผลประกอบการและระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ปรับตัวลดลง 1.4% และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ขณะที่นักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินลงทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย รวมถึงหมุนเวียนเงินทุนไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive, Healthcare และ Financials มากขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นบริหารความเสี่ยง โดยถือเงินสดประมาณ 20-30% ของพอร์ต เพื่อรักษาสภาพคล่องและรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อภาวะตลาดเริ่มมีเสถียรภาพ พร้อมเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่ง และได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ปรับลดลง

โดยแนะนำหุ้นเด่น 3 บริษัท ได้แก่ SCGP จากแนวโน้มกำไรที่โดดเด่นและการฟื้นตัวของธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขณะที่ราคาหุ้นปรับฐานตาม SCC แม้ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่ง, SAWAD คาดได้รับประโยชน์จากแนวโน้มสินเชื่อที่ทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี ประกอบกับทิศทาง Bond Yield ที่เริ่มปรับลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจ และ ITC มีโอกาสได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว

ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในสหรัฐ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี 2570

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ้นไทย