ก.ล.ต.ชู 3 นโยบายปลุกตลาดทุนไทย ดัน TISA-BOI to IPO-Tokenization เชื่อมเงินทุนโลก
ก.ล.ต.เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งตลาดทุนไทย รับความเสี่ยงระบบการเงินโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ชู 3 นโยบายหลัก TISA ส่งเสริมการออมลงทุนระยะยาว, BOI to IPO ดึงบริษัทศักยภาพสูงเข้าตลาดหุ้น และ Tokenization รองรับนวัตกรรมการเงิน ยกระดับความเชื่อมั่นนักลงทุน
ศาสตราจารย์ ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายในงาน Bloomberg Global Policy Series 2026: Cross-Border Capital Flows and Connectivity ว่าระบบการเงินโลกในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ความเสี่ยงจากประเทศหนึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังประเทศอื่นได้มากกว่าในอดีต
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือความเสี่ยง (Resilience) โดยไม่เพียงมุ่งรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานที่สำคัญ (Continuity) แต่ยังต้องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากภายใน (Immunity) เพื่อให้ระบบการเงินสามารถรองรับแรงกระแทกและฟื้นตัวจากผลกระทบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับตลาดทุนไทย ก.ล.ต.ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาภายใต้ยุทธศาสตร์ “Empowering Growth, Building Resilience” หรือการส่งเสริมการเติบโตควบคู่กับการสร้างความแข็งแกร่ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “Empowering People, Building Resilience” ที่เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยจากการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)
ทั้งนี้ ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน 3 นโยบายหลัก เพื่อยกระดับศักยภาพตลาดทุนไทย ได้แก่
- Thailand Individual Savings Account (TISA) หรือบัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคล มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนระยะยาวมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยในระยะยาว
- BOI to IPO ผลักดันให้บริษัทที่มีคุณภาพและศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านตลาดทุน เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและเพิ่มโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- Tokenization เตรียมความพร้อมตลาดทุนไทยรองรับนวัตกรรมทางการเงินในอนาคต โดยนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนารูปแบบการระดมทุนและการลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดทุนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน
เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 3 ด้าน ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทยจากภายในประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงกับตลาดการเงินระหว่างประเทศ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“เป้าหมายสำคัญของ ก.ล.ต.คือการพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความเปิดกว้าง สามารถเชื่อมโยงกับตลาดทุนโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความไว้วางใจให้แก่นักลงทุนในระยะยาว โดยมีพื้นฐานจากระบบตลาดทุนภายในประเทศที่แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว