เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
World ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ รู้จัก 3 แหล่งใบอนุญาตพนันออนไลน์ข้ามชาติ
ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 67,350 บาท
อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
Columns อภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้ามไหล่ “อนุทิน 2/1” 
ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
Tech ศึก กสทช. ซีซั่น 2 ผวาลูกหลง ‘วินัย-อาญา’
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
Economic ธปท.จับตา ‘เอสเอ็มอี-อสังหา-ครัวเรือน’ ฉุดเศรษฐกิจ
3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
World 3 โจทย์ใหญ่ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก IMF เตือน AI โหมเชื้อไฟเหลื่อมลํ้า
“ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
Business “ธนกร จินตนาธัญชาติ” ปั้นเครือข่ายห้างท้องถิ่นทั่วไทย เพิ่มแต้มต่อธุรกิจ
สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ผู้โดยสารทะลุ 17 ล้านคน เร่งขยายเทอร์มินัลอินเตอร์ รองรับเพิ่มอีก 5.5 ล้านคน
​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค ​กางสถิติ Golden Week จีนเข้าเชียงใหม่พุ่ง 37% Gen Z ขึ้นแท่นดันท่องเที่ยวปลายปี
ดูทั้งหมด

ธปท.เร่งแก้ ‘เอสเอ็มอี’ ติดกับดัก เร่งออก 3 มาตรการ คาดปี 2570 สินเชื่อกลับมาบวก

08 ต.ค. 2569 | 17:39น.
วิทัย รัตนากร

ธปท.ชี้เอสเอ็มอีไทยติดกับดักเข้าถึงสินเชื่อ แม้กลุ่มศักยภาพสูง 30% แรกเข้าถึงสินเชื่อเพียง 21% เตรียม 3 กลไก Credit Portal-ค้ำประกันสินเชื่อ–Alternative Data คาดปีหน้าสินเชื่อเอสเอ็มอีกลับมาบวก

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027 | New Horizon Beyond the Trap ร่วมมองทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 2027 จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอี คิดเป็น 99.5% ของหน่วยธุรกิจทั้งหมดในประเทศ หรือประมาณ 3.28 ล้านราย เป็นแหล่งจ้างงานสูงถึง 13.6 ล้านคน คิดเป็น 70% ของการจ้างงานทั้งหมด มีมูลค่าเศรษฐกิจ 1.73 ล้านล้านบาท

ซึ่งการที่เอสเอ็มอีไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ศักยภาพการเติบโตของจีดีพีไทยลดลงเรื่อย ๆ หลังเกิดวิกฤตแต่ละครั้ง จากเดิมโต 7.3% ก่อนปี 2540 เหลือ 5.3% หลังโควิด 3.7% -2.4% ส่วนในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัว 2.3%

สำหรับภาพรวมเอสเอ็มอีมีสินเชื่อติดลบตัวต่อเนื่องมา 16 ไตรมาส แม้มีโครงการออกมากระตุ้นก็ยังติดลบ เนื่องจากปัญหาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ อีกทั้งเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพดีที่สุด 30% แรก ยังสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้แค่ 21% แตกต่างจากผู้ประกอบรายใหญ่ขอสินเชื่อได้ถึง 63% ซึ่งเมื่อกู้ได้น้อยทำให้ได้โอกาสได้น้อย

อีกทั้งเอสเอ็มอีที่ตั้งใหม่ 5-10 ปีแรก จะได้สินเชื่อน้อยมาก นอกจากแบงก์เห็นความเสี่ยงสูงมากแล้ว เรื่องอายุการจัดตั้ง ประวัติเครดิต มีเรื่องมีผลสำคัญมาก ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวด้วยความสามารถในการทำธุรกิจ

ทั้งนี้ เงินทุนของเอสเอ็มอีพบว่าส่วนใหญ่พึ่งพาระบบสถาบันการเงิน 66% ส่วน 34% พึ่งพากู้เงินนอกระบบสถาบันการเงิน และอีก 10.5% มาจากนายทุน/วงแชร์ โดยเอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ เกินครึ่งจะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ ดังนั้นการเข้าถึงสินเชื่อจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถ ซึ่งพบว่าเอสเอ็มอีที่เข้าถึงสินเชื่อ อัตราการอยู่รอดในปีที่สาม จะอยู่ที่ 93% ส่วนที่ไม่เข้าถึงสินเชื่อ 75% ส่วนอัตราการอยู่รอดปีที่ 5 จะอยู่ที่ 87% ส่วนที่ไม่เข้าถึง 65%

นายวิทัยกล่าวต่อว่า ธปท. กำลังดำเนิน 3 มาตรการหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.โครงการ Credit Portal โดยเป็นแพลตฟอร์มตลาดกลางที่จับคู่ระหว่างเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ช่วยแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านข้อมูล ทำให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพหรือมีหลักประกันสามารถได้รับข้อเสนอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ด้วยต้นทุนที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น วางแผนจะเปิดตัวในเดือน ธ.ค.ปีนี้ และจะขยายผลในไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า 2570

2.กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โดยการยกระดับจากโครงการทดสอบ Credit Boost มาจัดทำเป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อถาวรอายุ 5 ปี โดยใช้เงินสมทบจากสถาบันการเงินเอกชน ไม่ใช้วงเงินงบประมาณภาครัฐ พร้อมตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี คาดว่าระบบจะเสร็จเรียบร้อยในไตรมาส 1 และเริ่มใช้ในช่วงต้นปีหน้า

3.โครงการ Alternative Data Exchange Bureau เป็นโครงการเชื่อมโยงข้อมูลทางเลือกจากภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ประวัติการโอนเงินและชำระเงิน เพื่อนำมาใช้ประเมินรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของเอสเอ็มอี และกลุ่มผู้ไม่มีรายได้ประจำ ซึ่งเป็นการเสริมจากการตรวจเครดิตบูโร (NCB) ที่เน้นดูเฉพาะประวัติการชำระหนี้ในอดีต อีกทั้งยังมีมาตรการการเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจเช็คเครดิตบูโร (NCB) ได้ฟรีปีละ 2 ครั้งเพื่อให้ประชาชนและเอสเอ็มอีสามารถตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ในอดีตของตนเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ

คาดว่าจะเริ่มใช้ในช่วงกลางปีหน้า 2570 หรือปลายปีหน้า ซึ่งประเมินว่าเมื่อผลักดันโครงการออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะผลักดันทำให้สินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลับมาขยายตัวบวกได้ในปี 2570

ห่วงน้ำท่วมขยายวงกว้าง

นายวิทัยกล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี โดย ธปท. กำลังประเมินมูลค่าความเสียหายและผลกระทบที่แท้จริง ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์มีความยืดเยื้อและขยายพื้นที่กว้างกว่าที่ประเมินไว้ และมีผลกระทบต่อจีดีพีของประเทศ มีทั้งกลุ่มคนที่ต้องกู้เงินเพื่อมาซ่อมแซมบ้าน ทำให้หนี้เพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง

โดย ธปท.จึงมีการประสานงานกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในการเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ

“impact มีแน่นอนจากน้ำท่วม เนื่องจากสถานการณ์ทอดยาวกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรกนิดนึง และวงอาจจะกว้างขึ้น โดยอยู่ระหว่างการประเมิน ทำให้มีผลกระทบต่อ GDP บ้างแน่นอน แล้วก็คนที่ต้องไปกู้มาเพื่อมาซ่อมแซม และแน่นอนอาจจะมีคนหนี้เพิ่มขึ้นบ้าง ทั้งหมดนี้พยายามจะขอความร่วมมือกับทั้งแบงก์พาณิชย์ แล้วก็แบงก์รัฐนะครับ ให้ลงไปช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบ”


4 แก้โจทย์ใหญ่เชิงโครงสร้าง

นายวิทัย กล่าวถึง การดำเนินการเดินหน้าแก้โจทย์สำคัญทางโคร้างสร้างสำคัญทางการเงินของประเทศ ธปท. ได้ดำเนินการ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน การเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ SME การเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยต้นทุนที่เป็นธรรมและเหมาะสม (ซึ่งครอบคลุมการปรับลดต้นทุนทางการเงิน ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ต้นทุนการยืนยันตัวตนผ่าน NDID และสิทธิการตรวจเช็คเครดิตบูโรฟรีปีละ 2 ครั้ง การป้องกันและจัดการเงินเทาหรือปัญหาคอร์รัปชันที่ผ่านช่องทางสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเผชิญ K-shaped dynamics ศักยภาพการเติบโตและการปรับตัวมีความแตกต่างกันมากขึ้น โดยมิติแรกธุรกิจเกี่ยวกับ AI (AI-related) กับธุรกิจทั่วไป (Non-AI) ที่มีการเติบโตแตกต่างกัน K-shaped ต่อมา ธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporates) กับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) และ K-shaped ระหว่างกลุ่มคนรายได้สูง กับคนรายได้น้อย