ก.ล.ต.ไฟเขียวตั้ง Crypto ETF ในไทย เริ่ม 16 ต.ค.นี้ ลงทุน Bitcoin-Ethereum ห้ามใช้มาร์จิ้น
ก.ล.ต.ออกหลักเกณฑ์ 11 ฉบับ รองรับการจัดตั้ง Crypto ETF ในไทย เปิดทางลงทุน Bitcoin-Ethereum ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมอนุญาตกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลลงทุนได้ คุมเข้มความเสี่ยง ห้ามกู้เงินซื้อ มีผล 16 ต.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแนวคิดในการออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี (crypto) และซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยรวมถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของ กองทุนรวม และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF
เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน ส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย ตลอดจนสนับสนุน ecosystem ของ crypto ETF ในประเทศไทยให้มีความพร้อมยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ลงทุน โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นรอบหลักการเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค. 2569 และรอบร่างประกาศเมื่อเดือน ส.ค.-ก.ย. 2569 ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศดังกล่าว
ก.ล.ต. จึงออกประกาศที่เกี่ยวข้อง จำนวน 11 ฉบับ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.หลักเกณฑ์เพื่อรองรับการจัดตั้ง crypto ETF โดยกำหนดให้ crypto ETF ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับ ETF ทั่วไป รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล และ ก.ล.ต. ได้กำหนดหลักการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ดังนี้
(1) ความพร้อมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) : บลจ. ที่ประสงค์จัดตั้ง crypto ETF ต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบงาน และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นระบบ
(2) นโยบายและรูปแบบการลงทุน : crypto ETF ต้องจัดตั้งและบริหารในรูปแบบ passive management โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวตามราคา crypto ที่กองทุนลงทุน และต้องมี crypto net exposure ในสกุลใดสกุลหนึ่ง โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะกำหนดประเภท crypto ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ โดยจะพิจารณาจากสภาพคล่อง การยอมรับเป็นการทั่วไป ความปลอดภัยของเครือข่าย และความเหมาะสมด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน ซึ่งในระยะแรกจะกำหนดให้ลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum
(3) การเก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน : crypto ETF ต้องเก็บรักษาทรัพย์สินไว้กับ DA Custodianทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เท่านั้น
(4) ช่องทางการซื้อขายและการคุ้มครองผู้ลงทุน : crypto ETF จะจดทะเบียนซื้อขายเฉพาะในตลาดหลักทรัพย์ และมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติม เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับลักษณะและความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และการมีกลไกให้ผู้ลงทุนยืนยันว่าได้รับทราบและเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขาย crypto ETF ในตลาดหลักทรัพย์ต้องเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนจัดสรรการลงทุนอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะไม่สามารถให้บริการกู้ยืมเงิน (margin loan) สำหรับการซื้อ crypto ETF ได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางกำกับดูแลการซื้อขาย crypto ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ไม่อนุญาตให้มีการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อ crypto
(5) การเปิดเผยข้อมูลและหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง : บลจ. ต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจลักษณะ โครงสร้าง กลไกการลงทุน ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงเฉพาะของ crypto ETF
2.หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบหมายงานจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม โดยกำหนดให้ผู้รับดำเนินการจัดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของกองทุนรวม ต้องเป็นผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (DA fund manager) เพื่อให้ผู้รับดำเนินการมีความเหมาะสมและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่สอดคล้องกับลักษณะของทรัพย์สิน
3.หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของ crypto ETF
(1) เปิดให้ DA Custodian และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่มีความพร้อมด้านบุคลากรและระบบงาน สามารถขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลของ crypto ETF ได้ ตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
(2) ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นจะสามารถเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ได้เฉพาะ crypto ETF และต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมในด้านต่าง ๆ เช่น ฐานะการเงิน บุคลากร ระบบงาน เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ดูแลฯ ของ MF ในปัจจุบัน รวมทั้งต้องดำรงคุณสมบัติดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่
(3) ผู้ดูแลผลประโยชน์ที่เป็น DA Custodian หรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น สามารถแต่งตั้งตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สินได้ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ดูแลผลประโยชน์เองหรือโดยตัวแทน ต้องดำเนินการโดยผู้ที่มีใบอนุญาต DA Custodian
ทั้งนี้ ในอนาคต ก.ล.ต. อาจพิจารณาประกาศให้สามารถใช้บริการ DA Custodian ต่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดได้ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมกับสภาวการณ์
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลสามารถลงทุนใน crypto ETF ที่จัดตั้งในประเทศไทยได้ จากเดิมที่สามารถลงทุนได้เฉพาะ crypto ETF ต่างประเทศ โดยยังคงอยู่ภายใต้อัตราส่วนการลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา crypto ETF และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทย ในระยะแรก ก.ล.ต. จะยังไม่อนุญาตให้มีการออก จัดตั้ง หรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับ crypto ETF ต่างประเทศ เช่น ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิง crypto ETF รวมถึงยังไม่อนุญาตให้ บล. พาลูกค้าที่มิใช่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษไปลงทุนใน crypto ETF ต่างประเทศ