เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
SD Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
ดูทั้งหมด

ธปท. ชี้วัฏจักร AI หนุนเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. โตต่อ จับตาโอกาสเกิด “Japanification” ตามรอยญี่ปุ่น

31 ส.ค. 2569 | 16:27น.
ปราณี สุทธศรี

ธปท.เผยเศรษฐกิจไทย ก.ค.ฟื้นต่อ รับแรงวัฏจักร AI หนุนส่งออกโต 2.3% นักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่ง 7.6% ดันบริการ-การผลิตขยับตาม พร้อมชี้หลายตัวเลขชวนตั้งคำถาม “Japanification” ซึ่งโจทย์ใหญ่ต้องเร่งเพิ่มรายได้-แก้หนี้ครัวเรือน ดึงศักยภาพการผลิตและบริการกลับมาเป็นแรงส่งเศรษฐกิจ

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเดือน ก.ค. 2569 ขยายตัวจากเดือนก่อน โดยมีแรงส่งสำคัญจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของโลก หนุนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และกิจกรรมภาคการผลิต ขณะที่ภาคท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น

การส่งออกเดือน ก.ค. มีมูลค่า 34,341 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 22.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นำโดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปสหรัฐ และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนไปฮ่องกงและจีน ตามแรงส่งจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ของโลก ขณะที่การส่งออกยานยนต์ลดลง โดยเฉพาะรถกระบะไปตะวันออกกลางและอาเซียน

ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 34,388 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 35.5% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 48.9% ตามการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ลดลงทั้งด้านราคาและปริมาณ รวมถึงวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ลดลงจากการนำเข้าเคมีภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกและการลงทุน

ส่วนการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากจีน แต่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนไม่รวมเครื่องบินทรงตัว โดยการนำเข้าคอมพิวเตอร์จากจีนเพิ่มขึ้น

สำหรับการลงทุนภาคเอกชนชะลอลงเล็กน้อย หลังเร่งตัวไปมากในช่วงก่อนหน้า แต่ ธปท.ยังประเมินว่ามีแนวโน้มขยายตัวในระยะต่อไป สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนของธุรกิจผลิตสินค้าเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และ AI

ขณะที่ภาคท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจากยุโรปและตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน ตามอุปทานเที่ยวบินที่ทยอยฟื้นตัวหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย ประกอบกับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนของหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ไม่รวมจีนยังฟื้นตัวช้า ขณะที่รายรับจากภาคท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยว

ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน ก.ค. อยู่ที่ 1.95% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ลดลงจาก 2.42% ในเดือนก่อน ตามราคาพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลง ประกอบกับการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน

ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.34% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการในหมวดอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหาร ขณะที่ราคาสินค้าและบริการที่ไม่ใช่อาหารทรงตัว

สำหรับค่าเงินบาท เดือน ก.ค. อ่อนค่าตามความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ก่อนกลับมาแข็งค่าขึ้นโดยเฉลี่ยในเดือน ส.ค. โดยข้อมูลถึงวันที่ 25 ส.ค. เป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ามีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังไม่ทั่วถึง โดยการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์และ AI ของโลก ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนได้แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ เงินเฟ้อที่ลดลง และแนวโน้มรายได้แรงงานที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและราคาสินค้าเกษตร

“แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า มองว่าการส่งออกสินค้ากลุ่มเทคโนโลยียังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว”

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะต่อไปมี 5 ประเด็น ได้แก่ ความต่อเนื่องของวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI ของโลก, พัฒนาการของสงครามและมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ, ผลของมาตรการภาครัฐต่อการบริโภคและการลงทุน, การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และสถานการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะมีพัฒนาการชัดเจนขึ้นในไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปี 2570

นางปราณี กล่าวว่า กรณีที่สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะการเติบโตต่ำและเงินเฟ้อต่ำ จนอาจนำไปสู่ภาวะ “Japanification” หรือภาวะเศรษฐกิจซบเซาเป็นเวลานานคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นนั้น หากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยอมรับว่ามีสัญญาณหลายด้านที่ทำให้เกิดคำถามดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม แม้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจบางด้านของไทยอาจมีลักษณะคล้ายกับญี่ปุ่น แต่ที่มาของปัญหาและปัจจัยที่ทำให้เกิดตัวเลขเหล่านั้นมีความแตกต่างกัน โดยเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และสามารถนำมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้

“ไทยยังมีศักยภาพเรื่องการผลิตและบริการที่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ส่วนมาตรการที่จะมาช่วยเสริมนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ และเราพูดถึงเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง”

สำหรับหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญ คือ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่ง ธปท.มองว่าต้นตอของปัญหาเกิดจากรายได้ของครัวเรือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย รวมถึงไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ ที่ผ่านมา ธปท.จึงออกมาตรการหลายด้านเพื่อช่วยให้ครัวเรือนสามารถบริหารจัดการภาระหนี้และเดินหน้าต่อได้ ทั้งโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” การส่งเสริมให้มีการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง การกำกับดูแลการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) รวมถึงการดูแลสินเชื่อในกลุ่ม Buy Now Pay Later (BNPL) ตลอดจนความพยายามลดต้นทุนการใช้บริการทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาหนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง โดย “หัวใจสำคัญ” อยู่ที่การเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เพื่อให้รายได้เพียงพอต่อทั้งค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ ขณะที่ระดับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการปรับตัวของภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจ

“หัวใจสำคัญคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และการที่ดอกเบี้ยเราอยู่ในระดับต่ำ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ มองไปข้างหน้า หวังว่ามาตรการภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาท จะเป็นมาตรการที่เข้ามาช่วยเสริมได้ในอนาคต”

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสยกระดับศักยภาพได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพามาตรการเพิ่มเติมทั้งหมด โดยเฉพาะการต่อยอดจากการลงทุนด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไปสู่การนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับเปลี่ยนและยกระดับการดำเนินธุรกิจ (Digital Transformation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของภาคธุรกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)