‘บีโอไอ’ ชี้คลื่นลงทุนใหม่ 3-5 ปีมาแรง ต่างชาติปักฐานไทยรับ AI-ชิป-ดาต้าเซ็นเตอร์
บีโอไอชี้ 3-5 ปีข้างหน้า ไทยจ่อรับคลื่นลงทุนรอบใหม่จาก AI-เซมิคอนดักเตอร์-รถอัจฉริยะ ขณะที่ 2 ยักษ์เทคโลกขยับฐานผลิตชัด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand หัวข้อ “Competing for the Future: How Thailand Can Win the Next Wave of High-Value Investment” ว่า ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของ FDI ในเอเชีย จากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกและการย้ายฐานผลิต ประกอบกับจุดแข็งด้านความเป็นกลาง โครงสร้างพื้นฐาน และนิคมอุตสาหกรรม
โดยคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ในอีก 3-5 ปี จะมาจากห่วงโซ่ AI เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์อัจฉริยะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ โดยเตรียมเสนอยุทธศาสตร์ชาติด้านเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้
สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำมี 3 เรื่อง ได้แก่ พัฒนาบุคลากร สร้างซัพพลายเชนใหม่ และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจ ผ่านโครงการ Thailand Fast Pass พร้อมใช้กลยุทธ์ “Build-Buy” ทั้งสร้างแรงงานไทยร่วมกับ 8 มหาวิทยาลัย และดึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาทำงานในประเทศ
เป้าหมายระยะยาวคือเปลี่ยนไทยจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิม สู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและบริการมูลค่าสูงของภูมิภาค พร้อมตั้งเป้า GDP ปี 2035 เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี และติด 20 อันดับแรกของโลกด้านความสามารถในการแข่งขันภายในปี 2030
ด้าน Mr. Wei Khoe Lim, SVP and Managing Director of Infineon Technologies Thailand ระบุว่า Infineon อยู่ระหว่างสร้างโรงงานแบ็กเอนด์แห่งใหม่ในไทย ใช้ระบบอัตโนมัติระดับสูง ตั้งเป้าพัฒนาเป็น “Next Generation Backend Hub” ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าฮับหลักที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในปัจจุบันเกือบ 2 เท่า พร้อมยกระดับแรงงานไปสู่ช่างเทคนิคและวิศวกรทักษะสูง
“ไทยมีจุดแข็งด้านนโยบายสนับสนุนเซมิคอนดักเตอร์และทำเลยุทธศาสตร์ แต่ยังต้องเร่งปรับปรุงกฎระเบียบ ขั้นตอนนำเข้า-ส่งออก ระบบเอกสารดิจิทัล รวมถึงคุณภาพและเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า โดยตั้งเป้าถึงปี 2035 สร้างระบบนิเวศร่วมกับ SME ไทยและดึงพันธมิตรเข้ามาตั้งฐานเพิ่ม”
ขณะที่ ดร.ปรอง คงทรัพย์โต Chief of Staff and Senior Director for External Affairs, Lumentum Thailand ระบุว่า Lumentum ขยายพนักงานในไทยจากเพียงไม่กี่ร้อยคนเมื่อ 8 ปีก่อน เป็น 9,000 คน และเตรียมแตะ 10,000 คนในเร็ว ๆ นี้ ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบริษัท ผลิตเทคโนโลยี Photonics และอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์
การเติบโตของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์กำลังเร่งการเปลี่ยนจากการเชื่อมต่อด้วยสายทองแดงไปสู่ Photonics ซึ่งอุปกรณ์ส่วนหนึ่งผลิตในไทย ทำให้ประเทศมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลโลกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเร่งสร้างวิศวกรเฉพาะทาง รวมถึงยกระดับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและความสะดวกในการทำธุรกิจ
“ความสำเร็จด้านการลงทุนไม่ควรวัดเพียง เม็ดเงิน FDI ที่เข้าประเทศ แต่ต้องทำให้เงินลงทุนเหล่านั้นสร้างซัพพลายเชน คู่ค้าท้องถิ่น และมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยได้ด้วย”