คลังดัน ‘3 สกอริ่ง’ เครื่องมือปล่อยกู้ ดึงข้อมูล ‘นกกระซิบ’ เติมทุนร้านค้า ‘ไทยช่วยไทย พลัส’
ซีอีโอแบงก์กรุงไทยเผยคลังกำลังผลักดันให้มี “สกอริ่ง 3 ระบบ” ในระบบเศรษฐกิจ เตรียมนำ “อารีย์สกอร์-บสย.สกอร์” มาใช้เสริมระบบ “เครดิตสกอร์” ของ NBC เชื่อช่วยลดการก่อหนี้นอกระบบ-เงินทุนไหลเวียนไปถูกที่ถูกทางมากขึ้น “เอกนิติ” มอบโจทย์ธนาคารออมสินใช้ข้อมูลร้านค้าจาก “นกกระซิบ” ปล่อยสินเชื่อเติมทุนให้พ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส กว่า 1.1 ล้านราย ฟากผู้อำนวยการออมสินรับลูก เตรียมปล่อยสินเชื่อให้ โดยใช้ “Ari Score” เป็นข้อมูลทางเลือกเพื่ออนุมัติปล่อยกู้ตามพฤติกรรม
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังขับเคลื่อนให้มีระบบสกอริ่งขึ้น 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงทำให้เกิดการบูรณาการในเชิงบวกขึ้นในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของเงินทุนไปอย่างถูกที่ถูกทางมากขึ้น โดยนอกจากระบบเครดิตสกอริ่ง (Credit Scoring) ของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ที่ทำอยู่แล้ว ก็กำลังจะมี “อารีย์สกอร์” (Ari Score หรือระบบคะแนนเครดิตทางเลือกรูปแบบใหม่ ที่กระทรวงการคลังพัฒนาขึ้น) และ “บสย.สกอร์” (ระบบประเมินสุขภาพทางการเงินและวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติค้ำประกันให้กับผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อย หรือ Micro SMEs)

“วันนี้ทางคลังกำลังเร่งขับเคลื่อนเรื่องอารีย์สกอร์ ที่ผ่านมาเราจะคุ้นกับเครดิตสกอริ่งของ NCB ขณะที่ บสย. ก็จะมี บสย.สกอร์ สำหรับเอสเอ็มอี ซึ่งต่อไปจะมี 3 สกอร์ในระบบ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของเลือดไปอย่างถูกที่ถูกทางมากขึ้น”
นายผยงกล่าวว่า ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามให้เกิดข้อมูลในเชิงบูรณาการ ซึ่งหลังจากมี “นกกระซิบ” (ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Chatbot ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะบนแอปพลิเคชั่นถุงเงิน สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการภาครัฐ ที่จะช่วยวิเคราะห์ยอดขาย เช็กราคากลางวัตถุดิบ และเตรียมต่อยอดเป็นข้อมูลยื่นขอสินเชื่อ) จะทำให้สามารถมี Statement ระดับครัวเรือน หรือไมโครเอสเอ็มอี ที่สามารถนำไปยื่นขอกู้เงินแบบมีประวัติได้ เนื่องจากจะเห็นประวัติจากการทำธุรกิจ ทำกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ทำให้แบงก์ยินดีที่จะให้เข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ตามความเสี่ยง และถูกจริต
“บางจริตอาจจะสามารถยื่นกู้ได้ที่ธนาคารออมสิน หรือบางจริตก็สามารถยื่นแบงก์พาณิชย์ได้” นายผยงกล่าว
คลังสั่งออมสินเติมทุนร้านค้า
โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เหลืออีก 1 เดือนเศษ (ถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2569) สิ่งที่จะดำเนินการต่อได้มีการหารือกับผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ถึงความต้องการให้ธนาคารออมสินทำโครงการปล่อยสินเชื่อให้แก่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผ่านการใช้ AI นกกระซิบ บนแอปพลิเคชั่นถุงเงิน ที่มีข้อมูลสรุปบัญชีร้านค้า เพื่อใช้เป็นหลักฐานขอสินเชื่อ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการก่อหนี้นอกระบบของพ่อค้าแม่ค้า

“อยากให้นกกระซิบที่ทำบัญชีสรุปให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ทำให้เกิดเคสจริง ๆ นำมาขอกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ ซึ่งนกกระซิบสามารถช่วยวิเคราะห์ยอดขายร้านค้าได้ แล้วธนาคารออมสินก็ออกโครงการมาให้กู้ เพื่อไม่ให้เกิดหนี้นอกระบบ รวมทั้งเพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าใช้เอไอเป็นด้วย”
ชง ครม.เคาะ “อารีย์สกอร์”
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ระบบอารีย์สกอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบการนำมาใช้จริงในช่วงอีก 2 เดือนข้างหน้า โดยจะใช้ประกอบกับข้อมูลของนกกระซิบที่ได้จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
ออมสินรับลูกปล่อยกู้ร้านค้า
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสินอยู่ระหว่างเตรียมการเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อที่ใช้ข้อมูลจากนกกระซิบ ผ่านการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย ที่เป็นธนาคารหลักในการดูแลประชาชน และมีข้อมูลของร้านค้า โดยจะนำข้อมูลประวัติการค้าขายมาใช้พิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยใช้ “Ari Score” หรือคะแนนเครดิตจากข้อมูลของกระทรวงการคลัง เข้ามาเป็นข้อมูลทางเลือก ดำเนินการควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับรายละเอียดในแง่วงเงินสินเชื่อโครงการ จนถึงการปล่อยสินเชื่อต่อรายนั้น ขณะนี้ยังต้องรอตกผลึกร่วมกันในรายละเอียดก่อน และเมื่อมีความชัดเจนแล้วรองนายกฯ และ รมว.คลัง จะแถลงให้ทราบต่อไป
“ขณะนี้รองนายกฯ และ รมว.คลังได้ให้แนวทางมาดำเนินการร่วมกัน ซึ่งจะลงรายละเอียดเป็นลำดับต่อไป คาดว่าอีกไม่นานจะได้เห็นโครงการนี้ออกมาชัดเจน”
นางทรงพลกล่าวว่า ปกติการให้สินเชื่อจะมีแนวทางการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ โดยใช้สถิติการชำระหนี้ ใช้เครดิตบูโรสกอร์มาพิจารณา แต่การนำ Ari Score กับเอไอนกกระซิบมาใช้นั้นจะเป็นการใช้ข้อมูลทางเลือก แบบ “Behavior Score” หรือคะแนนจากพฤติกรรม ซึ่งเป็นการจำลองและดูความเหมาะสมสำหรับปล่อยสินเชื่อ ทั้งนี้ คาดว่าจะทำให้การให้สินเชื่อได้ครอบคลุมและแม่นยำมากขึ้น นอกเหนือจากการใช้ข้อมูลหลักประกันอย่างที่ผ่านมา
“คาดว่าการใช้ข้อมูลร้านค้าจากเอไอนกกระซิบ ร่วมกับ Ari Score เป็นข้อมูลทางเลือกนั้น จะช่วยดึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเข้าสู่หนี้ในระบบ ลดปัญหาการก่อหนี้นอกระบบได้เป็นจำนวนมาก”
รายงานจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ข้อมูล ณ วันที่ 16 ส.ค. เวลา 23.00 น. มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้วกว่า 1.1 ล้านร้านค้า ซึ่งร้านค้าเหล่านี้จะลงทะเบียนบนแอปพลิเคชั่นถุงเงิน โดยในแอปพลิเคชั่นถุงเงินก็คือ เอไอนกกระซิบ ที่ธนาคารกรุงไทยได้พัฒนาระบบหลังบ้าน เพื่อช่วยให้ร้านค้าที่ร่วมโครงการสามารถวิเคราะห์ยอดขาย เวลาที่ขายดี เปรียบเทียบราคาวัตถุดิบ และสรุปรายการซื้อขาย (Statement)
นอกจากนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. พบว่ามีร้านค้าบนแอปพลิเคชั่นถุงเงินเข้าใช้งานนกกระซิบแล้วกว่า 6.4 แสนราย เพื่อช่วยค้นหาข้อมูล ขณะที่ร้านค้าที่ใช้ฟีเจอร์ Sales Insight หรือระบบวิเคราะห์ยอดขายบนแอปถุงเงิน มีจำนวน 4.4 แสนราย ทั้งนี้ ร้านค้าส่วนใหญ่เข้าไปดูข้อมูลวิเคราะห์ยอดขายรายวันเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อราย และดูข้อมูลวิเคราะห์รายเดือนเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อราย
บสย.เล็งค้ำสินเชื่อออมสิน
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ในส่วนของ บสย.สกอร์ ได้นำมาใช้ตั้งแต่ปลายปี 2568 ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win ที่มีวงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 10,000-1 ล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปจนถึงปีที่ 7 จะคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันตามระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย ตั้งแต่ 1-1.75%
“โครงการ SMEs Smart Win อยู่ภายใต้ Quick Big Win ซึ่งทำให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่อให้ SMEs มากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ขายเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น”
นายสิทธิกรกล่าวด้วยว่า ส่วนการต่อยอดโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่กระทรวงการคลัง จะให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อให้ร้านค้า โดยมีการใช้ข้อมูลจากนกกระซิบนั้น บสย.อยู่ระหว่างหารือกับออมสิน เกี่ยวกับการเข้าไปร่วมค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าว