เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
Economic ‘ศุภวุฒิ’ ฉายภาพเศรษฐกิจไทยป่วยเรื้อรัง แนะยกเครื่องการศึกษา-รัฐราชการ
อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
Columns อสังหาฯ-โรงแรม เสี่ยงเป็น “บริษัทผีดิบ”
ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
Economic ไทย-อินเดียขยับเกมใหม่ จาก “ค้าขาย” สู่ “ร่วมลงทุน” 5-6 บริษัทไทยสนใจแล้ว
พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
Economic พาณิชย์ ดัน GI ขึ้นโต๊ะอาหาร ปั้นเมนูท้องถิ่นเชื่อมร้านไทยสู่ Thai SELECT
NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
Biz Movement NT จับมือ MEAei เร่งสปีดสถานีฟาสต์ชาร์จมอเตอร์ไซค์ EV
SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
Finance SIRI เปิดประตูสู่ตลาดทุนโชว์ผลสำเร็จเสนอขาย ‘หุ้นกู้ดิจิทัล’ ‘เฟด’ ขึ้นดอกเบี้ยดันต้นทุนขยับ
CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
SD CPF ต่อยอดคอนเน็กซ์ อีดี ปูทางความยั่งยืนนำร่อง 23 โรงเรียน
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร พระศพเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Biz Movement จากกลีบดอกไม้สู่โรงแรมแฟร์มอนท์แบงคอก สุขุมวิท
Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
SD Water Economy เปิด 10 ชุมชนต้นแบบ จัดการวิกฤตมวลน้ำ
ดูทั้งหมด

ห่วง GDP ปักหัวลง CIMB ชี้ล้าหลังเพื่อนบ้าน จี้ผ่าตัดใหญ่รัฐจ่ออุ้มค่าครองชีพ-เปลี่ยนผ่านพลังงาน

20 ส.ค. 2569 | 09:30น.

เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอตัวอย่างที่คาดการณ์กันไว้ โดยขยายตัวเพียง 1.9% ต่อปี เทียบกับไตรมาสแรกที่โตได้ 2.8% ทำให้ภาพรวมครึ่งปีขยายตัว 2.4% อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวยังออกมาดีกว่าที่สำนักวิจัยต่าง ๆ มองกันไว้

จีดีพีครึ่งปีโต 2.4% จี้แก้หนี้ SMEs

โดย “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า ในไตรมาส 2 เครื่องชี้ทั้งหมดชะลอตัว แต่การส่งออกและการลงทุนขยายตัวดี ทั้งนี้ การลงทุนรวมขยายตัว 9.1% เฉพาะการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 13.4% สูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัว 12.5%

“ไตรมาส 2 เมื่อตัดผลทางฤดูกาลออก จะเห็นว่าหดตัวลง 0.2% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า”

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 “ดนุชา” คาดว่าจะขยายตัวช่วง 2.0-2.5% (ค่ากลาง 2.2%) โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ การลงทุนภาคเอกชน การอุปโภคบริโภคภาคครัวเรือน การส่งออกสินค้า และแรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุล 1.2% ของ GDP

“ข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก การชะลอตัวมากกว่าคาดของเศรษฐกิจและการค้าโลก ผลกระทบของเอลนีโญต่อภาคเกษตร ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงและคุณภาพสินเชื่อของ SMEs ที่ด้อยลง”

โดยโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ คือ หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธุรกิจ SMEs ที่อยู่ที่ 9% ของสินเชื่อทั้งหมด ประกอบกับสินเชื่อธุรกิจ SMEs ในสาขาสำคัญยังลดลง เช่น สาขาการผลิต การก่อสร้าง การขายปลีก ขายส่ง และที่พักแรมยังปรับตัวลดลงอยู่

“ภาคการเงินจะต้องดูแล SMEs อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ”

อุ้มค่าครองชีพ-เปลี่ยนผ่านพลังงาน

สำหรับแนวทางการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคช่วงที่เหลือของปี 2569 ได้แก่ ต้องดูแลการผลิตภาคเกษตรและเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกร ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมเรื่องน้ำและปุ๋ย, การรักษาการขยายตัวของภาคการส่งออก, การขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชน จาก Thailand FastPass และ รักษาประโยชน์จาก Data Center, รักษาแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และต้องเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

“ในช่วงครึ่งหลังสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เร่งการลงทุนภาครัฐ รักษาระดับการลงทุนภาคเอกชนให้ต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งออกด้วย โดยในไตรมาส 3 เศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวดีกว่าไตรมาส 2 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง คาดว่าทั้งปีโตได้ 2.2%”

“เลขาธิการ สศช.” กล่าวว่า ภาครัฐได้มีการเตรียมการช่วยเหลือค่าครองชีพ และการเปลี่ยนผ่านพลังงานในช่วงถัดไป

รมว.คลังยันแก้ปัญหาถูกทาง

“ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ถึงแม้ว่าตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ยังไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจ แต่ยืนยันว่าเป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ และมาตรการประคองเศรษฐกิจที่ทำไปถือว่ามาถูกทาง เพราะไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจจะหดตัว ซึ่งการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก็เพื่อประคองค่าครองชีพ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส และจะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดต่อไป

“ไทยช่วยไทยพลัสจะทำต่อในไตรมาสสุดท้ายหรือไม่ ต้องพิจารณาผลของโครงการที่จะจบลงในไตรมาส 3 ก่อน และคำนึงถึงงบประมาณที่เหลืออยู่ด้วย”

เซ็กเตอร์ก่อสร้างทรุด-จี้รัฐดูแล

“ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตัวเลข GDP ที่ออกมาตนมองว่าน่าห่วง แม้ว่าไตรมาส 2 ที่ออกมา 1.9% จะดีกว่าที่คิดไว้ และการลงทุนเอกชนดูโตได้ดี ขณะที่มาตรการไทยช่วยไทยพลัสที่ทำก็พอประคองเศรษฐกิจได้ สะท้อนจากธุรกิจกลุ่มอาหารที่ไม่ได้แย่

“สิ่งที่ผมห่วงก็คือ ดูเหมือนว่าการฟื้นตัวในอนาคตมันจะฟื้นได้ไม่ดี ถ้าไม่มีมาตรการอะไรมาประคองต่อ มันเหมือนเศรษฐกิจจะย่ำอยู่กับที่หรือทรุดลง อย่างการบริโภคถ้าแกะดูไส้ในถ้าไม่ใช่กลุ่มที่ได้อานิสงส์จากไทยช่วยไทยพลัสกลุ่มอื่น ๆ ดูแย่ไปเลย สะท้อนว่ากำลังซื้อหรือความเชื่อมั่นของคนไม่ได้ฟื้น”

ขณะที่เมื่อดูภาคการลงทุน มีการนำเข้าเครื่องจักร ซึ่งเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ Data Center แต่ถ้าไปดูด้านการก่อสร้างจะเห็นว่าทรุดหนักไปเรื่อย ๆ ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะเป็นภาคที่ตัวคูณทางเศรษฐกิจ (มัลติพายเออร์) สูง และเป็น Local Content ขณะที่ Data Center จะยังไม่เห็นผลในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะสร้างซัพพลายเชนที่ใหญ่มาก แต่ต้องใช้เวลา

“ผมว่าน่าเป็นห่วง ภาคก่อสร้างถ้าไม่ทำอะไรเลยจะฉุดเศรษฐกิจ ทำให้โอกาสฟื้นตัวได้ยากขึ้น คือ ก่อนนี้ยังพอมีการก่อสร้างภาครัฐมาช่วยประคอง แต่ตอนนี้การก่อสร้างภาครัฐก็หดตัวต่อเนื่อง ไม่เฉพาะภาคเอกชน ไม่มีโปรเจ็กต์ใหญ่ ที่อาจจะเริ่มอิ่มตัวแล้ว และจะชะลอแล้ว ดังนั้น หากไม่ทำแค่เอาเงินไปแจก สุดท้ายพอหมดโครงการเศรษฐกิจก็จะปักหัวลง หรือจะไม่มีเงินมาทำลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นระยะยาว”

โตล้าหลังเพื่อนบ้าน-จี้ผ่าตัดใหญ่

นอกจากนี้ ถ้าดูตัวเลขฝั่งอุปทาน อย่างภาคเกษตร ภาคการผลิตอุตสาหกรรม ก็พบว่าติดลบจากไตรมาสก่อน ทั้ง ๆ ที่ส่งออกโตได้สูง ซึ่งยังอธิบายไม่ได้ โดยหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ไปต่อ สุดท้ายหลังหมดมาตรการไทยช่วยไทยพลัสเศรษฐกิจไทยก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัวได้ดี ไตรมาส 4 ก็จะฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เร่งแรง

“วันนี้ถ้าเราหันไปดูเพื่อนบ้านเราจะอาย เพราะมาเลเซียจีดีพีเขาโต 6% สิงคโปร์โต 5.9% อินโดนีเซียขนาดร่อแร่ มีปัญหาด้านเสถียรภาพหนักมาก ยังโตได้ 5.3% เวียดนามแทบไม่ต้องพูดถึงเขาโตกว่า 8% ส่วนเราปีนี้และปีหน้าเราโตเต็มที่ได้ก็แถว ๆ 2% ผมว่าตรงนี้น่าห่วงแล้ว บริษัทต่างชาติที่อยู่เมืองไทย เขาก็เริ่มหาแล้ว ว่าย้ายไปต่างประเทศดีไหม เชื่อว่ายังมีหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่รถยนต์”

“ดร.อมรเทพ” กล่าวด้วยว่า มองต่อไปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นการใช้ยาแก้ปวดเพื่อประคองตัว หรือจะผ่าตัดใหญ่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยหากต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส ข้อดีก็คือ ช่วยประคองเศรษฐกิจไปได้ แต่สุดท้ายจะทำให้เหลือเงินน้อยลงในการไปทำอย่างอื่น โดยเฉพาะการลงทุนที่จะสามารถยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้ ก็จะเสียโอกาสไป

“ผมว่าต้องหามาตรการที่มากกว่าจะแจกเงินดีกว่า คือแจกเงินทุกคนก็ชอบ แต่เราก็เห็นว่า มันไม่ได้ฟื้นจริง อยากเห็นมาตรการสร้างงานสร้างอาชีพดีกว่า”

ธปท.ชี้หนี้เสีย SMEs ยังน่าห่วง

นายโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลอง และวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 ที่ -4.6% จากไตรมาสก่อนที่ -3.9% จากประเด็นความกังวลความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้ที่ยังอยู่ระดับสูง

อย่างไรก็ดี NPL ค่อนข้างทรงตัว จากการเร่งบริหารจัดการหนี้ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีส่วนช่วยชะลอการเกิด NPL โดยมาตรการลดภาระหนี้และสนับสนุนสภาพคล่อง มีส่วนช่วยประคับประคองภาคธุรกิจและครัวเรือนไทย

“อย่างไรก็ดี เมื่อดูการไหลเป็น NPL ในไตรมาสนี้ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณภาพหนี้จะด้อยลงบ้างจากแรงกดดันจากสถานการณ์ภายนอก แต่ที่น่าสังเกตคือ เป็นการไหลมาจากลูกหนี้ Re-entry สะท้อนว่าลูกหนี้มีความเปราะบางอยู่เดิม พอเจอช็อกก็เลยมีปัญหา”

ขณะที่หนี้ครัวเรือนปรับลดลงเล็กน้อย โดยสินเชื่อครัวเรือนยังขยายตัวต่ำ และมีผลจากฐานที่ GDP ปรับตัวสูงขึ้นด้วย

“ความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยกดดันคุณภาพสินเชื่อที่ต้องติดตามต่อไป รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ไม่เท่ากัน ยังเป็นลักษณะ K Shape อยู่ ซึ่งยังต้องติดตามทั้ง SMEs และครัวเรือน ที่มีความผันผวนของรายได้และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น”