เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“บางกอกแอร์เวย์ส” คว้า 2 รางวัล “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก-เอเชีย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
Business “บางกอกแอร์เวย์ส” คว้า 2 รางวัล “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก-เอเชีย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
รถไฟนำร่องเส้นทาง “แหลมฉบัง–หนองคาย” โมเดลต้นแบบ ดึงเอกชนร่วมเดินรถ
Economic รถไฟนำร่องเส้นทาง “แหลมฉบัง–หนองคาย” โมเดลต้นแบบ ดึงเอกชนร่วมเดินรถ
ตั้งรับดอกเบี้ยสหรัฐ
Finance ตั้งรับดอกเบี้ยสหรัฐ
ฮือฮา “ตระกูลดัง” ขายที่ดินมรดกย่านแจ้งวัฒนะ แปลงใหญ่ สวยที่สุด 6,700 ล้าน
Real Estate ฮือฮา “ตระกูลดัง” ขายที่ดินมรดกย่านแจ้งวัฒนะ แปลงใหญ่ สวยที่สุด 6,700 ล้าน
เปิดวิชั่น ‘นายกบ้านจัดสรร’ มุ่งอสังหาฯรักษ์โลก-จัดระเบียบต่างชาติ
Real Estate เปิดวิชั่น ‘นายกบ้านจัดสรร’ มุ่งอสังหาฯรักษ์โลก-จัดระเบียบต่างชาติ
‘เงาะโรงเรียน GI’ จ.สุราษฎร์ฯ สหกรณ์ปั้นตลาดกระจายผลผลิต
Economic ‘เงาะโรงเรียน GI’ จ.สุราษฎร์ฯ สหกรณ์ปั้นตลาดกระจายผลผลิต
ผีหลงทาง ?
คุยกับเอกราช ผีหลงทาง ?
ทุนใหญ่ปลุกเมืองใหม่ EEC บูมอสังหา-รับดาต้าเซ็นเตอร์
Real Estate ทุนใหญ่ปลุกเมืองใหม่ EEC บูมอสังหา-รับดาต้าเซ็นเตอร์
เอกนัฏ เร่งเครื่องลดค่าไฟ-โซลาร์หลังคาบ้าน ปลดล็อกตลาดไฟสะอาด ดันแผน PDP ใหม่
Economic เอกนัฏ เร่งเครื่องลดค่าไฟ-โซลาร์หลังคาบ้าน ปลดล็อกตลาดไฟสะอาด ดันแผน PDP ใหม่
กอบศักดิ์ วิเคราะห์ ‘ข้อตกลงชั่วนิรันดร์’ สหรัฐคุมความมั่นคง กรีนแลนด์
Finance กอบศักดิ์ วิเคราะห์ ‘ข้อตกลงชั่วนิรันดร์’ สหรัฐคุมความมั่นคง กรีนแลนด์
ดูทั้งหมด

‘ทองคำ’ สร้างฐาน…เพื่อไปต่อลุ้นปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 2

10 ส.ค. 2569 | 09:43น.
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

เดือนกรกฎาคมทองคำให้ผลตอบแทนเป็นบวก 0.85% ซึ่งให้ผลตอบแทนเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน นับตั้งแต่สงครามอิหร่าน ทองคำโดนแรงเทขายอย่างหนักและให้ผลตอบแทนติดลบติดต่อกันยาวนาน 4 เดือน เดือนมีนาคมและเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ทองคำให้ผลตอบแทนติดลบสูงถึง 11.5% และ 11.7% ตามลำดับ

การที่ราคาทองคำในเดือนกรกฎาคมเริ่มทรงตัวได้สะท้อนแรงขายทองคำเริ่มลดน้อยลง หลังจากตลาดเริ่มคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น และความจำเป็นที่เฟดจะต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนลดลง โดยเฉพาะ CPI และ PPI ชะลอตัวลงและต่ำกว่าตลาดคาดมาก

นอกจากนี้ การจ้างงาน NFP เดือนมิถุนายนอ่อนแอเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งเท่านั้น ในช่วงสงครามอิหร่าน 4 เดือน เม็ดเงิน Fund Flow ไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟทองคำสูงถึง 129.1 ตัน เป็นการไหลออกจากกองทุน SPDR รวม 96.25 ตัน แต่ในเดือนกรกฎาคมกองทุน SPDR กลับมามียอดซื้อสุทธิทองคำ 1.9 ตัน ถึงแม้ว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก แต่เริ่มมีสัญญาณที่ดี

สหรัฐ-ญี่ปุ่นร่วมมือพยุงเงินเยน ดอลลาร์อ่อน หนุนราคาทอง

การที่กระทรวงการคลังสหรัฐร่วมกับญี่ปุ่นเข้าซื้อเงินเยนเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม เพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าหนัก หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่เกือบ 164 เยนต่อดอลลาร์ ถือเป็นการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันครั้งแรกในรอบ 15 ปี และเป็นหนึ่งในการดำเนินการที่ผิดไปจากธรรมเนียมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดเงิน ความผิดปกติไม่ได้อยู่ที่การช่วยพยุงค่าเงินเยนเพียงอย่างเดียว

แต่การที่สหรัฐส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าอาจเข้าแทรกแซงตลาด ใช้เงินยูโรแทนดอลลาร์ในการซื้อเยน และแม้แต่ภาพบันทึก “To Do: Buy Japanese Yen $5-10 bil.” หรือ สิ่งที่ต้องทำ: ซื้อเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) มูลค่า 5-10 พันล้านดอลลาร์ของสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ที่หลุดสู่สาธารณะ

ยิ่งไปกว่านั้น วงเงินเพียง 5-10 พันล้านดอลลาร์ถือว่าเป็นวงเงินที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับการประเมินว่าญี่ปุ่นใช้เงินมากกว่า 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในการแทรกแซงร่วมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม

3 เหตุผลทำไมสหรัฐต้องช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยน

1) ป้องกันไม่ให้ญี่ปุ่นที่เป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่สุดของสหรัฐ เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพื่อนำเงินมาซื้อเยน ซึ่งอาจผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐปรับสูงขึ้น หลัง Bond Yield สหรัฐ อายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 5.28% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 หรือในรอบ 19 ปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐปรับสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เคยย้ำถึงความสำคัญของการไม่ปล่อยให้ Bond Yield พุ่งสูงเกินไป

2) สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าสหรัฐ และลดการขาดดุลการค้า

3) ช่วยลดความเสี่ยงที่ความผันผวนของค่าเงินเยนและตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นจะลุกลามไปสู่ระบบการเงินโลก จนเกิดเป็นวิกฤตตลาดพันธบัตรทั่วโลก

แม้การแทรกแซงจะช่วยให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น ทองคำดูเหมือนจะได้รับผลบวกจากการแทรกแซงเงินเยน ที่ทำให้เงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยนอ่อนค่าลง ส่วน Bond Yield สหรัฐอายุยาวที่ลดลงบ้าง แต่ทั้งนี้ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ไม่แน่ใจว่าผลของการแทรกแซงเงินเยนจะยั่งยืนและได้ผลลัพธ์อย่างที่สหรัฐและญี่ปุ่นต้องการหรือไม่ อย่างไรก็ดีการที่ญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าอาจแทรกแซงเงินเยนอีกในอนาคต และการแทรกแซงร่วมกันระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นมีผลทางจิตวิทยามากกว่าญี่ปุ่นแทรกแซงเพียงลำพัง ช่วยลดแรงเก็งกำไรในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่าการใช้เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว

ทองคำกำลังสะสมพลัง ทะลุแนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ได้ ลุ้นไปไกลถึง 4,400 /4,500 ดอลลาร์

ทองคำในเดือนกรกฎาคมพยายามสร้างฐานและเคลื่อนไหว Sideways ในกรอบ 3,960-4,200 ดอลลาร์ ฮั่วเซ่งเฮงมองว่าเป็นการสะสมพลังเพื่อที่จะปรับตัวขึ้นได้ต่อ ซึ่งทองคำสามารถทะลุผ่าน (Breakout) กรอบด้านบนที่ 4,200 ดอลลาร์ได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ทำให้เกิดสัญญาณซื้อในระยะสั้นและราคาทองคำทางด้านเทคนิคมีโมเมนตัมแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ มีแนวต้านที่ 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 100 วัน

ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้น SMA 200 วัน ถ้าทะลุผ่าน (Breakout) 4,500 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ คาดทองคำมีโอกาสปรับขึ้นได้แรงและจะกลับเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาว

ส่วนกรอบด้านล่างคาดจะขยับขึ้น ทำให้คาดแนวรับอยู่ที่ 4,200 ดอลลาร์ และ 4,100 ดอลลาร์ ทองไทยมีแนวรับที่ 66,000 บาท และ 65,000 บาท ส่วนแนวต้าน 68,000 บาท และ 69,000 บาท

ปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น คือ การคาดหวังว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และสหรัฐ – อิหร่านจะพักรบเพื่อเจรจาสันติภาพกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับลดลง 20% หลังจากที่ขึ้นไปแตะ 100 ดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว ทำให้ตลาดออกจากโหมดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสูง ถึงแม้ว่าเงินเฟ้อ CPI, PPI ในเดือนกรกฎาคมที่จะประกาศในช่วงกลางเดือนนี้คาดจะเร่งตัวสูงขึ้นก็ตาม ตลาดยังไม่เชื่อว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรง

ปัจจัยที่คาดราคาน้ำมันจะไม่พุ่งแรง คือ 1) จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ลดการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างมากลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี สะท้อนว่าการบริโภคน้ำมันชะลอตัวจากเศรษฐกิจอ่อนแรง การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น โรงกลั่นลดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป

2) สหรัฐผลิตน้ำมันได้มากเป็นประวัติการณ์ กำลังการผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ 13.93 ล้านบาร์เรล/วัน พร้อมกับมีการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และการประสานกับประเทศผู้บริโภคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาด รวมราว 400 ล้านบาร์เรล

3) ความไม่แน่นอนของทรัมป์ ทำให้นักเก็งกำไรไม่กล้าเดิมพัน ทรัมป์ส่งสัญญาณสลับไปมา บางช่วงพูดถึงการเจรจา บางช่วงเพิ่มการโจมตี บางช่วงระบุว่าการขนส่งผ่าน Hormuz กลับมาได้ ทำให้กองทุนจำนวนมากไม่กล้าสร้างสถานะ Long น้ำมันขนาดใหญ่ ส่งผลให้แรงเก็งกำไรที่มักเร่งราคาน้ำมันในช่วงวิกฤตมีน้อยกว่าที่คาด

ส่วนปัจจัยที่ต้องระวัง คือ การเจรจาสันติภาพสหรัฐ – อิหร่านที่ยังยืดเยื้อ และสงครามอิหร่านที่ยังไร้ทางออก ประเด็นเรื่องการบริหารช่องแคบฮอร์มุซที่ทางสหรัฐไม่เห็นด้วยให้อิหร่านและโอมานเข้ามาบริหารจัดการ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทองคำ