เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ญาติรับร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ถึงไทย เตรียมทำพิธีศพ-ชันสูตร
World ญาติรับร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ถึงไทย เตรียมทำพิธีศพ-ชันสูตร
เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
Real Estate เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
World รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
World อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
Economic เจนใหม่ทรานส์ฟอร์ม IROYAL รีเซต องค์กรสู่ธุรกิจวิศวกรรมอัจฉริยะ
‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
Finance ‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
Tech จุดพลุ ‘Quantum Club Thailand’ เร่งสร้างอีโคซิสเต็ม ‘ควอนตัม’ ในไทย
พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (6 ส.ค.) เกือบทั่วทุกภาคมีฝนตก 60-70% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ส.ค.) ขยับขึ้น 0.72% อยู่ที่ 64,276 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

‘ศุภวุฒิ’ จี้รัฐบาลผลักดัน ‘Longevity Economy’ เป็นเครื่องยนต์ใหม่ดันเศรษฐกิจไทย-แนะ 4 ข้อ ปรับภาพลักษณ์ประเทศ

05 ส.ค. 2569 | 16:53น.
ศุภวุฒิ สายเชื้อ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒน์ จี้รัฐบาลผลักดัน “Longevity Economy” เป็นเครื่องยนต์ใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ชี้ดีกว่าไปแข่งผลิตกับประเทศที่เก่งกว่า รวมถึงจะช่วยแก้ปัญหาสังคมสูงวัย-งบฯ ค่ารักษาพยาบาลพุ่งไม่เลิก แนะทำ 4 เรื่อง สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยให้คนทั่วโลกเกิดความเชื่อว่ามาอยู่ไทยแล้วจะสุขภาพดี-อายุยืน

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในหัวข้อ “Longevity Economy : โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย” ในงานสัมมนา “NEW TOURISM NEW ECONOMY เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย” จัดโดย “มติชน” ว่า Longevity Economy (ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยประชากรที่มีอายุยืนยาวขึ้น) จะเป็นโอกาสของประเทศไทย ซึ่งหากคำนวณจากภาคการท่องเที่ยวและ Wellness (ธุรกิจด้านสุขภาพ) รวมกัน มีสัดส่วนถึง 30% ของ GDP จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้

โดยแนวโน้มประเทศไทยกำลังประสบปัญหาสังคมสูงอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตอนนี้อยู่ที่ 14.5 ล้านคน อีก 15 ปีข้างหน้าจะเป็น 20 ล้านคน ขณะเดียวกันยังเผชิญกับปัญหาประชากรที่ลดลง จากประชากรเกิดใหม่น้อยประชากรที่เสียชีวิต โดยคาดว่าในปี 2040 จะเหลือประชากรประมาณ 64 ล้านคน รวมถึงสัดส่วนประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน ก็ลดลงเรื่อย ๆ

ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาค่อนข้างขยายตัวได้ต่ำ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ขณะที่รัฐบาลก็ขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้ลดลง ในขณะที่รายจ่ายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก

“ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในระบบบัตรทอง พบว่าผู้ป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูง Top 5% ของผู้ป่วยในทั้งหมด เป็นผู้ใช้ทรัพยากรและงบประมาณด้านสุขภาพถึงเกือบ 50% ของงบประมาณรวมในแต่ละปี”

ดร.ศุภวุฒิกล่าวว่า ดังนั้น หากผลักดันเรื่อง Longevity Economy ทำให้คนสูงอายุ มีสุขภาพดีขึ้น ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่ายดูแลสุขภาพก็จะลดลง จากปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายบัตรทองเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6% ส่วนของข้าราชการเพิ่มขึ้นปีละ 5% ซึ่งแปลว่าต้องทำให้เศรษฐกิจโตเท่า ๆ กัน หรือมากกว่า เพื่อจะดูแลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ แต่เศรษฐกิจไทยโตต่ำมาก

“การจะเป็น Wellness Economy ก็ต้องภาพลักษณ์ประเทศไทย ที่คนไทยดูดี ไม่อ้วน สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง อายุยืน ทำให้คนทั่วโลกเกิดความเชื่อว่า มาอยู่ประเทศไทยแล้ว จะสุขภาพดีและอายุยืน แปลว่าต้องดูแลสุขภาพ ไม่ใช่การรักษาผู้ป่วย”

ดร.ศุภวุฒิ กล่าวว่า การจะเป็น Wellness Economy มีสิ่งที่ต้องทำอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ

1.เน้นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ ในเชิงของการต่อยอดคุณภาพของชีวิต มากกว่าส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงปริมาณ

2.ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งความปลอดภัยจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกโกง ให้นักท่องเที่ยวพูดกันปากต่อปากว่า ประเทศไทยปลอดภัย

3.ปรับปรุงหน่วยงานของรัฐให้เป็น Facilitator ให้กับภาคเอกชน ไม่ใช่เป็นแค่ Regulator เช่น สำนักงานอาหารและยา และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมเรื่องของสมุนไพรไทย แพทย์แผนไทยและการเป็นครัวของโลก เป็นต้น

4.หากจะให้ประเทศไทยเป็น Medical Hub จะต้องเร่งผลิตบุคลากรทางการแพทย์และเพิ่มการใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการรวมศูนย์ข้อมูลสุขภาพของประชาชน และต้องเก็บภาษีจากชาวต่างชาติที่มารักษาพยาบาลที่ประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกับคนไทย

“4 อย่างนี้ถ้าทำ ก็จะเปิดโอกาสในการขยายกิจการ ขยายการลงทุน Wellness ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ รัฐบาลต้องปรับจากการจะไปแข่งขันกับประเทศที่เขาทำอุตสาหกรรมเก่ง ๆ แล้วมาทำภาคบริการ” ดร.ศุภวุฒิกล่าว