คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดข้อมูลคนไทยแห่ถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมูลค่ากว่า 8.6 แสนล้านบาท ท่ามกลางตลาดเงินตลาดทุนโลกผันผวน เผยยอดเปิดบัญชี FCD รอบปีที่ผ่านมาพุ่งแรงใกล้ 14 ล้านบัญชีโต 500% ชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ “ส่วนต่างดอกเบี้ย-เทรนด์ลงทุนต่างประเทศ” ขณะที่นโยบาย ธปท.แรงหนุนสำคัญ เผยแบงก์แข่งชูดอกเบี้ยสูงจูงใจเปิดบัญชี FCD ชิงลูกค้ากลุ่ม Wealth พร้อมโปรดักต์ลงทุนใหม่เป็นเงินสกุลดอลลาร์มากขึ้น
นายแพททริก ปูเลีย Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่ามกลางความผันผวนของโลกการเงินในปัจจุบัน คนไทยถือดอลลาร์เพิ่มขึ้นและเร่งตัว สะท้อนผ่านบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ของทั้งระบบ โดยข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่ายอดคงค้างการถือเงินตราต่างประเทศ ณ มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 29,692 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.9 แสนล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐถึง 25,941 ล้านดอลลาร์ (8.66 แสนล้านบาท) หรือ 87.4% ของทั้งหมด ขณะที่การเปิดบัญชี FCD เพิ่มขึ้นมากมาอยู่ที่ 13.65 ล้านบัญชี จากต้นปี 2568 อยู่ที่เพียง 2.87 ล้านบัญชี
“คนไทยถือครองดอลลาร์เพิ่มขึ้น จากความคุ้นชินกับการลงทุนในประเทศของคนไทยที่คลายตัวขึ้น และเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองค่าเงินบาทด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือเห็นการที่คนไทยเปิดบัญชี FCD เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างยอดคงค้างจะเห็นว่าพุ่งเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ปัจจุบันก็ใช้เป็นอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม เรียกว่า e-FCD ซึ่งสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้เลย”
เหตุผลคนไทยแห่เปิด FCD
นายแพททริกกล่าวว่า การที่นักลงทุนเปิดบัญชี FCD เพิ่มขึ้น มี 3 เหตุผล คือ 1.เพื่อรับดอกเบี้ยที่สูง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ระดับสูงและยังมีโอกาสปรับขึ้นอีก ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยค่อนข้างคงที่ 2.เปิดบัญชีเพื่อลงทุน เนื่องจากทิศทางการลงทุนต่างประเทศผ่านกองทุนรวม (FIF) และการลงทุนโดยตรงของรายย่อยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และ 3.เป็นการกระจายความเสี่ยงค่าเงิน
“ทั้ง 3 เหตุผลเป็นเทรนด์ที่เห็นชัดในช่วงนี้ โดยตอนปี 2567 บัญชี FCD มีอยู่แค่ประมาณ 600,000 บัญชี ต่อมาปี 2568 เพิ่มเป็นประมาณ 3 ล้านบัญชี และมาปี 2569 ครึ่งปีแรกมาอยู่ที่เกือบ 14 ล้านบัญชีแล้ว เติบโตปีละ 500% ในช่วงที่ผ่านมา”
โดยช่วงที่ผ่านมานักลงทุนไทยหันไปลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีบูมก็เห็นชัดเจนของการเติบโตการเปิดบัญชี FCD อย่างพวกหุ้น 7 นางฟ้า ปรับตัวขึ้นกันเป็น 100% ดังนั้นการไปลงทุนต่างประเทศจึงทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่คุ้มมาก ๆ แม้ว่าจะมีการเก็บภาษีจากการนำเงินลงทุนต่างประเทศกลับเข้ามา แต่มองในแง่รีเทิร์นยังถือว่าจูงใจมาก
“คนที่เทรดหุ้นต่างประเทศจะเทรดผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ทำได้ง่ายขึ้น อย่างแพลตฟอร์มของ InnovestX หรือพวก Dime! เป็นต้น พวกนี้ก็เทรดเป็นดอลลาร์อยู่แล้ว โดยเด็กสมัยใหม่ซื้อหุ้นตัวแรกอาจจะไม่ซื้อหุ้นไทยแล้ว อาจจะไปซื้อ Google หรืออื่น ๆ ในต่างประเทศ”
นโยบาย ธปท. แรงหนุนสำคัญ
นอกจากนี้อีกเหตุผลสนับสนุน ก็คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มเปิดทางให้สินทรัพย์ที่สามารถซื้อขายเป็นดอลลาร์ได้ ก็ไม่ต้องมาแลกเป็นเงินบาทก่อน โดยมีการผ่อนคลายเกณฑ์อัตราแลกเปลี่ยน (FX) ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้แผน FX Ecosystem ทำให้การออกไปลงทุนต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น อย่างกรณีทองคำ เป็นอีกเทรนด์ที่ทำให้การถือครองสกุล
เงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจุบันเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐมีความเหมาะสมในการที่จะกระจายการถือครองเพื่อลดความเสี่ยง แม้ว่าจะมีการพูดถึงเรื่องลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) กันมากขึ้นก็ตาม
“แม้ว่าปีที่ผ่านมาคนจะพูดถึง De-dollarization กันมาก แต่ผม
เชื่อว่าคนไทยทั่วไปมีการถือครองเงินดอลลาร์ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าบอกให้กระจายความเสี่ยงไปถือครองสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ก็ยังมีความเหมาะสมถือเพื่อกระจายความเสี่ยงอยู่”
อัดโปรฯ ดอกเบี้ยสูงดึงลูกค้า
นายแพททริกฉายภาพว่า ที่ผ่านมาจะเห็นธนาคารพาณิชย์ไทยเปิดรับเงินฝาก FCD โดยมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ จูงใจเพื่อให้ฝากเงินกันต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าแบงก์เริ่มให้ความสนใจกับนักลงทุน หรือลูกค้ากลุ่มที่มีความต้องการถือครองเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยนอกจากการถือครองดอลลาร์แล้วก็เริ่มกระจายไปสกุลอื่นด้วย
ทั้งนี้นอกจากการที่ ธปท.ส่งเสริมในเรื่องการเทรดทองคำ หรือโปรดักต์อื่น ๆในรูปสกุลเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้นแล้ว ทางฝั่งแบงก์ก็มีการออกโปรดักต์ที่เป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งโปรดักต์ในตลาดเงิน (Money Market) ที่เป็นดอลลาร์เทอม หรือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง (Structures Note) หรือกองทุนที่เป็นดอลลาร์ก็มีการออกอย่างต่อเนื่อง
“คนไทยกับคำว่าค่าเงินเข้ามาใกล้กันมากขึ้นในปัจจุบัน สมัยก่อนคนรู้จักหุ้นมากกว่าค่าเงิน แต่ต่อจากนี้คนจะรู้จักหุ้น และรู้จักค่าเงิน ในบทบาทที่มีความสำคัญกับชีวิตเขามากขึ้นในอนาคต โดยเทรนด์นี้ ทำให้นอกจากที่แบงก์ต้องดูแลลูกค้ากลุ่มนิติบุคคล ก็ต้องดูแลลูกค้ารายย่อยที่เป็นกลุ่ม Wealth เพิ่มมากขึ้นด้วย”
เทรนด์ FCD หนุนลงทุน ตปท.
นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่แบงก์มีการออกบัญชี FCD กันมากขึ้น อาจเป็นเรื่องการลงทุนในต่างประเทศที่มีมากขึ้น หรือคนไทยมีธุรกิจในต่างประเทศ หรือเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย เนื่องจากการมีบัญชี FCD ช่วยให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
“นักลงทุนวันนี้ก็มีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศมาก ก็ต้องมีบัญชีเงินฝากในรูปสกุลเงินดอลลาร์ไว้ แต่แบงก์จะมีรายได้จากส่วนนี้แค่ไหนอันนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่แยกประเภทในรายงานงบฯ ของธนาคาร หรือแม้แต่ในรายงานของ ธปท. ก็ไม่มีตรงนี้”