‘ดร.นิเวศน์’ เซียน VI มองปัญหาข้อมูลรั่ว ?พอใจหุ้นไทยดันพอร์ตกำไร
สัมภาษณ์
นับว่าเป็นอีกเรื่องที่สั่นคลอนความไว้วางใจของนักลงทุน จากกรณีระบบ Investor Portal ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถูกแฮก ซึ่งทางผู้เกี่ยวข้องก็ออกมายอมรับว่า มีข้อมูลผู้ลงทุนรั่วไหลออกไปราว 2 แสนราย ลองมาดูว่ากูรูการลงทุนเน้นคุณค่า (VI) อย่าง “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” จะได้รับผลกระทบนี้ด้วยหรือไม่ รวมทั้งพูดคุยถึงสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน
รอดข้อมูลรั่ว-จับตาผลกระทบ
โดย “ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ตนน่าจะไม่ได้อยู่ใน 2 แสนรายที่ข้อมูลรั่ว เพราะไม่ได้รับแจ้งข้อความ SMS แต่อย่างใด ส่วนอีเมล์ไม่แน่ใจ เพราะตนไม่ค่อยได้สนใจเปิดดู ซึ่งในมุมของตนเรื่องนี้คงต้องรอดูว่าจะมีใครถูกนำข้อมูลไปใช้จนเกิดความเสียหายหรือไม่ หากไม่มีก็คงจบไป
“ถ้าได้ข้อมูลไป 2 แสนราย แล้วไม่ได้เกิดเคสใหญ่ ๆ หรือเอาไปโกงเกิดความเสียหายเยอะ ๆ ผมคิดว่าสุดท้ายเรื่องนี้คงเลิกรากันไป เพราะทุกวันนี้พูดกันตามตรงข้อมูลส่วนบุคคลก็มีหลุดกันไปเยอะ ผมเองก็โดนตลอดเวลา มีคนโทร.เข้ามาบอกว่าคุณไปเปิดบัญชีนั้นบัญชีนี้ แล้วก็บอกเลขบัตรประชาชน คือ มันรู้หมด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่ได้สนใจ โทร.มาเราก็ปิดไป ซึ่งถ้านักลงทุนแบบเรามาถูกหลอกแบบนี้ ก็ต้องบอกว่าหนักแล้ว”
Enjoy หุ้นไทย “ก็อกสุดท้าย”
ส่วนสถานการณ์การลงทุนของตัวเอง “ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ช่วงนี้ถือว่าดี โดยเฉพาะการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ที่เริ่มกลับมาสู่พื้นฐานมากขึ้น หุ้นที่พื้นฐานดี ราคาถูก อัตราเงินปันผลดี พื้นฐานมั่นคง ราคาก็มีการปรับขึ้น เรียกว่าพอใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งตนเองก็เพิ่มน้ำหนักในหุ้นตัวที่ถืออยู่แล้วบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้เพิ่มมาก
“เพิ่มไม่มาก เพราะเราก็มีแผนอยู่แล้ว ว่าจะกระจายการลงทุนไปใน 3 ตลาดหลัก ๆ คือ ไทย เวียดนาม และโลก ที่ส่วนใหญ่ก็คือสหรัฐ อาจจะรวมถึงจีนด้วย โดยตอนนี้ตลาดไทยเราก็มีสัดส่วนเยอะอยู่แล้วประมาณ 50% กว่า ก็เลยไม่อยากเพิ่มมาก และอยากลดลง แต่ยังไม่ลดตอนนี้หรอก เพราะตอนนี้หุ้นไทยดี ก็ปล่อยไว้ก่อน ผมก็รอก๊อกสุดท้ายที่จะมาเมืองไทย ก่อนจะลดสัดส่วนเหลือ 33% ก็ต้อง Enjoy ไปก่อน”
รอจังหวะหุ้น AI ฟองสบู่แตก
“ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ถ้ามองสถานการณ์ตลาดหุ้นเกาหลีต้องบอกว่า น่ากลัว ไม่ว่าจะมี Margins Call หรือไม่มีก็ตาม เพราะที่ผ่านมาหุ้นเกาหลีขึ้นมาแรงมาก แต่พอมี Margins Call ด้วยผลกระทบก็เลยยิ่งแรง ความน่ากลัวก็ยิ่งทวีคูณ
ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้ตลาดหุ้นทุกประเทศก็ต้องเคยเจอ แม้แต่หุ้นไทย เพียงแต่กรณีเกาหลีเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ คือ หุ้นที่ขึ้นมากขนาดนี้ภายในเวลาแค่ประมาณ 1 ปีเศษ
“มันขึ้นเกินไปเยอะ แล้วก็ขึ้นโดยการคูณ Leveraged เข้าไปอีก มันก็เลย Over Heat มาก ๆ”
ส่วนตลาดสหรัฐตนก็กำลังรอให้ราคาหุ้นปรับลง หรือเกิดฟองสบู่หุ้น AI ก่อน แต่เชื่อว่าจะไม่ได้เกิดสถานการณ์รุนแรงอะไรเหมือนหุ้นเกาหลี เพราะตลาดไปไกลแล้ว ทั้งในแง่การลงทุน รวมถึงตัวนักลงทุน พัฒนาไปไกลแล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีก่อนหน้านี้ไม่ค่อยไปไหนมาเป็น 10 ปี
“เชื่อว่าตลาดหุ้นอเมริกาจะไม่เป็นแบบเกาหลี ถึงแม้จะมี Margins Call หรืออะไรก็ไม่มีทางล่มแบบนี้ เพราะอย่างไรก็ตามนักลงทุนสถาบันในสหรัฐมันใหญ่มาก รายย่อยไม่มีทางจะไปข่มรัศมีเขาได้ ขณะที่ของเกาหลีกลายเป็นว่ารายย่อยขึ้นมามีบทบาทเยอะ จนกลายเป็นตัวนำ พอรายย่อยเปลี่ยนปุ๊บก็เป็นอย่างที่เห็น ส่วนอเมริกาผมไม่คิดว่าเขาจะแตกอย่างเกาหลี แต่วันหนึ่งมันก็เป็น ก็ต้องลง พอถึงวันนั้นเราค่อยมาดูอีกที จะเข้าตอนไหนก็ว่ากันไป”
พอใจ SET ดันพอร์ตกำไร 10%
“กูรู VI” กล่าวว่า สถานการณ์ลงทุนของตนเองในปีนี้ การลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามก็ยังไม่ดี โดยพอร์ตลงทุนของตนเองผลตอบแทนยังแพ้ตลาดอยู่ หรือติดลบอยู่ ส่วนตลาดหุ้นไทยพอร์ตลงทุนอาจจะสู้ตลาดไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะตลาดหุ้นไทยหรือตลาดหุ้นเวียดนาม จะมีหุ้นที่นำตลาด ซึ่งอยู่ในกระแสหุ้นเทคโนโลยี อย่างของไทยก็ DELTA หรือของเวียดนามก็ VINGROUP
“พอมีหุ้นเหล่านี้ทำให้เราไม่สามารถชนะตลาดได้ แต่ปีนี้โดยรวมก็ยังน่าพอใจ เพราะขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง ถึงนาทีนี้พอร์ตรวม คือเวียดนาม รวมไทย ก็ยังขึ้นได้ประมาณ 10% ก็ถือว่าดีมากแล้ว ซึ่งหลัก ๆ ก็ได้จากตลาดหุ้นไทยเลย ถึงจะแพ้ตลาดนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ใช้ได้ เราก็พอใจแล้ว เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มันเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติ ที่มีหุ้นบางตัวนำตลาด ขึ้นไปเยอะมาก แล้วเราไม่ได้มีหุ้นพวกนี้ เพราะเรามองว่ามันเป็นหุ้นเก็งกำไร เป็นหุ้น AI อะไรพวกนี้ ซึ่งเราไม่เล่น พอไม่เล่นก็เตรียมตัวแพ้ได้เลย”
ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง “ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า หากเทรนด์ยังไปอย่างในปัจจุบันก็น่าจะดีอยู่ โดยหุ้น AI ใหญ่ ๆ ก็อาจจะชะลอตัวลง ซึ่งหากหุ้นไทยยังบวกได้ก็น่าพอใจแล้วสำหรับปีนี้ เพราะระยะหลังมานี้ตนก็ลงทุนแบบไม่ได้เร่งรีเทิร์น เนื่องจากเห็นแล้วว่าลงทุนยากขึ้นเยอะ
“พวกหุ้นปันผล หุ้นที่เป็น Laggardจริง ๆ แล้วราคายังไม่แพง ยังไปได้” เซียน VI กล่าว