‘ดร.เพ็ชร’ ชูธง กอช. แก้ปม ‘แก่และจน’…ไม่ล้มหวยเกษียณ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ถูกจัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2558 เพื่อเติมเต็มการออมเพื่อวัยเกษียณให้กับคนทำงานหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าแม่ขาย อาชีพอิสระ ที่ไม่มีนายจ้าง ซึ่งหลังจากแม่ทัพคนเดิมครบวาระดำรงตำแหน่ง ทางกองทุนก็ได้มีการเปิดสรรหาผู้นำคนใหม่ และสุดท้ายก็เป็น “ดร.เพ็ชร ชินบุตร” ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กอช. เป็นคนที่ 3 โดยเริ่มทำงานมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ย่างก้าวก่อนนั่งเก้าอี้เลขาฯ กอช.
สำหรับ “ดร.เพ็ชร” ก่อนจะก้าวมารับตำแหน่งเลขาธิการ กอช. เคยเป็นอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสต์วอเตอร์), อดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC), อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานการตลาดสถาบันอาหาร บมจ.อสมท. รวมถึงอดีตผู้อำนวยการใหญ่สถาบันอาหาร
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกด้วย
ชูธงแก้โจทย์ใหญ่ “แก่และจน”
โดย “ดร.เพ็ชร” ประกาศตั้งเป้าหมายการดำเนินงาน ในการเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ กอช. โดยชูคอนเซ็ปต์ “Remodel and Revise” องค์กร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการออมอย่างต่อเนื่อง เพื่อชนะเงินเฟ้อและแก้ปัญหา “แก่และจน” ให้ได้
ซึ่งภารกิจหลักของ กอช.ที่จะเร่งดำเนินการภายในปี 2569 นี้ ได้แก่ 1.ทำให้ประชาชนรู้ว่า กอช. เป็นเครื่องมือช่วยให้เข้าถึงการออมระยะยาวมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายมีสมาชิกทั้งหมด 5 ล้านคน ภายในปี 2570 โดยเฉพาะการเปลี่ยนพฤติกรรมเยาวชนอายุ 15 ปีให้เริ่มออม สนับสนุนให้ผู้ปกครองฝากเงินให้ลูก และแก้ปัญหา “แก่และจน” ต่อไป
และ 2.กอช.ต้องทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และทำให้สมาชิกมี “Financial Resume” สำหรับเป็นหลักฐานที่สามารถนำไปกู้เงินได้ในอนาคต
“ผมมีเป้าหมายว่า อยากเพิ่มจำนวนสมาชิก กอช. ให้ได้ 5 ล้านคนภายในปีหน้า ในเมื่อรู้อยู่แล้ว ว่าตัวเลขเป้าหมายควรเป็นเท่าไหร่ ก็ต้องเตรียมแผนไว้รองรับให้เรียบร้อย ซึ่งยอมรับว่าเป็นเป้าหมายที่สูง แต่ก็เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย”
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ท้าทายเป้าหมายที่ตั้งไว้สูงก็คือ การที่งบประมาณในปีนี้ กอช.ถูกตัดไป 56% ทำให้เหลืองบฯ อยู่ราว 200 ล้านบาทเท่านั้นในการดำเนินงาน
ตั้งเป้าเพิ่มสมาชิก 1.4 แสนคน
“เลขาธิการ กอช.” กล่าวว่า ปัจจุบัน กอช.มีสมาชิกราว 2.8 ล้านคน โดยเป็นสมาชิกที่บัญชีการออมมีความเคลื่อนไหว (Activate) เพียง 2 แสนคน และบัญชีการออมเคลื่อนไหวไม่ต่อเนื่องอีก 6 แสนคน ส่วนจำนวนที่เหลือคือบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหวเลย
“กอช.ตั้งเป้าว่าในปีนี้จะต้องมีสมาชิกเข้ามาใหม่อีก 1.4 แสนคน”
โดยสมาชิกที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มดังกล่าวแบ่งเป็น 1.สมาชิกที่มาจากการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยการเข้าไปดึงกลุ่มกำนันและผู้ใหญ่บ้านที่มีอยู่ราว 10,000-20,000 คนทั่วประเทศเข้ามาเป็นสมาชิก ส่วนนี้เบื้องต้นคาดว่าจะดึงเข้ามาได้ประมาณ 5,000 คน
2.สมาชิกที่จะมาจากการทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยดึงกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเข้ามาเป็นสมาชิกอีกราว 40,000 คน และ 3.สมาชิกที่เหลือจะดึงจากกลุ่มเกษตรกร ไรเดอร์ พนักงานรักษาความปลอดภัย และอาชีพอิสระ เข้ามาให้ได้มากที่สุด
ปรับพอร์ตลุยลงทุนต่างประเทศ
“ดร.เพ็ชร” กล่าวว่า ปัจจุบันพอร์ตของ กอช.มีมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 16,000 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินของสมาชิก 11,000 ล้านบาท โดยพอร์ตการลงทุน กอช.จะแบ่งสัดส่วนเป็น 80% ลงทุนในตราสารหนี้ และ 20% ลงทุนในตราสารทุน หรือราว 3,000 ล้านบาท
“ปีนี้เป็นปีแรกที่ กอช.จะลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ โดยจะลงทุน 7% ในตราสารทุน ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.12%”
โดยหากดึงสมาชิกใหม่เพิ่มได้ 1.4 แสนคน ตามเป้าที่ตั้งไว้ของปีนี้ จะทำให้มูลค่าพอร์ตเพิ่มขึ้นเป็น 18,000 ล้านบาท
ปลดล็อกสมาชิกถอนเงิน
“เลขาธิการ กอช.” กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชาชนเกษียณที่ไม่จนอยู่ราว 30% ซึ่งจะต้องผลักดันเพิ่มสัดส่วนนี้ให้เป็น 50% ให้ได้เร็วที่สุด ด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนออมในระยะยาว เพื่อแก้ปัญหา “แก่และจน” ที่เกิดขึ้น รวมถึงอาจมีการแก้กฎหมายให้สมาชิกสามารถถอนเงินบางส่วนที่เกินจากเส้นความยากจนที่อยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ออกไปใช้ก่อนได้ โดยไม่ผิดเจตนารมณ์ของ กอช.
เดินหน้าต่อ-ไม่ล้ม “หวยเกษียณ”
ด้านโครงการสลาก กอช. หรือหวยเกษียณนั้น “ดร.เพ็ชร” กล่าวว่า มีความคืบหน้าและยังเดินหน้าต่อไป โดยทุกฝ่ายเห็นชอบและไม่มีปัญหาด้านนโยบาย แต่กระบวนการที่ล่าช้าเกิดจาก กอช.ต้องการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายมากที่สุด ซึ่งขณะนี้เหลือการดำเนินการด้านกฎหมายอีก 2 ฉบับ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้
“กอช. ไม่ต้องการให้โครงการสลาก กอช.เป็นเพียง Market Event สำหรับเสี่ยงโชค แต่ต้องการให้ประชาชนออมเงินในระยะยาวมากขึ้น โดยคาดว่าด้านระบบรองรับและด้านกฎหมายจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ทีมพัฒนาระบบหลังบ้านกำลังเร่งดำเนินการ เพื่อรองรับการใช้งานจำนวนมากอยู่ ส่วนจะเริ่มขายสลาก กอช.เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบาย” เลขาธิการ กอช.กล่าว