เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.

07 พ.ย. 2569 | 20:48น.

สรรเพชญ กางแผน “คมนาคม” ลงทุนภาคใต้ เดินหน้ารถไฟทางคู่1.06 แสนล้าน ผุดเพิ่มเมกะโปรเจ็กต์ 14 โครงการกว่า 3.6 แสนล้าน ถนน ทางด่วน ท่าเรือ ระบบราง ดีเดย์ 14 พ.ย.ลุยตอกเข็มสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา ย้ำทุกโครงการเป็นงานใหญ่ ไม่ได้เห็นผลได้ชั่วพริบตา ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลภาคใต้ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งโครงการรถไฟทางคู่ โครงข่ายถนน สะพาน และระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนามาอย่างยาวนาน พร้อมเร่งรัดโครงการที่มีความพร้อมให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินงานโดยเร็ว เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการขนส่ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

โครงการใหญ่ต้องใช้เวลา เงินลงทุนสูง

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นงานที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และต้องอาศัยระยะเวลาดำเนินการหลายปี ตั้งแต่การศึกษาออกแบบ การอนุมัติโครงการ การจัดหาแหล่งเงินลงทุน ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้าง ทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความคุ้มค่าของงบประมาณ และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในระยะยาว จึงไม่ใช่งานที่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จหรือเห็นผลได้ในทันที

“ถนนหนึ่งสายหรือรางรถไฟไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ สะพานหนึ่งแห่งก็เช่นเดียวกัน ยิ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนหลายพันล้านหรือหลายหมื่นล้านบาท ยิ่งต้องมีการวางแผนและดำเนินการอย่างรอบคอบ แต่การที่โครงการต้องใช้เวลา ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง สิ่งที่ต้องทำคือเร่งรัดขั้นตอนที่สามารถดำเนินการได้ แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรค และผลักดันโครงการที่ประชาชนรอคอยให้เดินหน้าต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม”

ปีหน้าประมูลรถไฟทางคู่ 3 เส้นทางกว่า 1 แสนล้าน

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายใต้ รัฐบาลยังเดินหน้าตามแผนปัจจุบันได้เปิดใช้งานช่วงนครปฐม–ชุมพร ระยะทางประมาณ 420 กม.แล้ว ตั้งแต่ปี 2567 ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2 เป็นการขยายโครงข่ายต่อเนื่องลงสู่ภาคใต้ตอนล่าง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ จำนวน 3 ช่วง รวม 504 กม. วงเงินลงทุนรวม 106,798.32 ล้านบาท

ประกอบด้วย 1. ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม.วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท กรอบดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2569–2575

  1. ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ ระยะทาง 291 กม. วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท กรอบดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2569–2576 และ3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ระยะทางประมาณ 45 กม.วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท กรอบดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2569–2574

ปัจจุบันร.ฟ.ท.อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีเป้าหมายประกวดราคาและลงนามสัญญาภายในปี 2570 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างตามลำดับ และมีกรอบดำเนินโครงการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในปี 2576

“กระทรวงคมนาคมจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงการแก้ไขข้อจำกัดด้านพื้นที่ การปรับรูปแบบโครงสร้างให้เหมาะสม และการป้องกันผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้”

ปักหมุดเพิ่ม 14 โครงการกว่า 3.6 แสนล้าน ถนน ทางด่วน ท่าเรือ

นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้อีก 14 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 362,555 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงข่ายถนน ทางพิเศษ ระบบราง และระบบขนส่งรูปแบบต่าง ๆ อาทิ โครงการพัฒนาท่าเรือวงแหวนอันดามัน จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ,โครงการถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ ,โครงการทางด่วนจังหวัดภูเก็ต ,โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย ,โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่สงขลา และโครงการพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่สายใต้

แต่ละโครงการมีสถานะและความพร้อมแตกต่างกัน ทั้งอยู่ระหว่างศึกษา เตรียมเสนออนุมัติ และเตรียมดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะผลักดันตามลำดับความพร้อม พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาและข้อจำกัด เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

14 พ.ย.ลุยตอกเข็ม2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมเกาะลันตา

ทั้งนี้ที่จะได้เห็นการเริ่มดำเนินงานในระยะใกล้ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมจังหวัดสงขลากับจังหวัดพัทลุง วงเงินก่อสร้างประมาณ 4,600 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ วงเงินก่อสร้างประมาณ 1,780 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างแล้วเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และกรมทางหลวงชนบทมีแผนออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงานในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2569 โดยมีกรอบระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572

สำหรับสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดสงขลากับพัทลุง ลดระยะทางประมาณ 80 กม. คาดว่าจะลดระยะเวลาเดินทางจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15–30 นาที

ขณะที่สะพานเชื่อมเกาะลันตาจะช่วยลดการพึ่งพาแพขนานยนต์ เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง การท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า รวมถึงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และการช่วยเหลือฉุกเฉิน

“สองโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า เรื่องที่ประชาชนเรียกร้องและรอคอยกันมานานสามารถผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าได้จริง แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการทำงาน ตั้งแต่การศึกษา การอนุมัติ จนมาถึงการลงนามสัญญาก่อสร้าง ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องติดตามให้การก่อสร้างเป็นไปตามแผน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็วที่สุด” นายสรรเพชญ กล่าว