เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Real Estate กทม.ลอกท่อ-ขุดลอกคลองต่อเนื่อง เคลียร์ทางน้ำตลอดปี
Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
Business Lawson 108 เปิดเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ รองรับ 12 สกุลเงิน ใช้เวลาเร็วสุด 1 นาที
วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
Tech วิกฤตไซเบอร์ช็อกโลก 30 ชาติผวา เฮโล เตือนสำรองน้ำ-อาหาร-เงินสด
SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Finance SET เสียหลักหลุด 1,500 จุด! สถาบัน-โบรกฯ เทขาย 1.97 พันล้าน ต่างชาติสวนซื้อ
Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
Biz Movement Super LBA ดึง 3 แม่ทัพธุรกิจ ถ่ายทอดกลยุทธ์ความยั่งยืน CG-ESG
เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
News เมตตา รุ่งรัตน์ นักแสดงอาวุโส “ไข่มุกดำแห่งเอเชีย” เสียชีวิต อายุ 83 ปี
ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
Politics ภูมิใจไทย จ่อแก้ข้อบังคับการประชุม ให้อำนาจประธานสภา เพิ่ม-ลดจำนวน กมธ. 35 คณะได้
ดูทั้งหมด

ท่องเที่ยวไทยส่อเสียแชมป์! หอการค้าฯ ชี้เวียดนามแย่งลูกค้า คาดปี’70 ฟื้น 34 ล้านคน แต่เสี่ยงหลุดเป้า

03 พ.ย. 2569 | 13:17น.

หอการค้าไทยห่วงท่องเที่ยวไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน หลังผลสำรวจผู้ประกอบการ 59.1% มองว่าไทยด้อยกว่าคู่แข่งในเอเชีย โดยเฉพาะเวียดนามที่กำลังดึงนักท่องเที่ยวจากตลาดหลัก ทั้งรัสเซีย อินเดีย และมาเลเซีย คาดปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดเหลือ 31.5 ล้านคน ก่อนฟื้นเป็น 34 ล้านคนในปี 2570 สร้างรายได้ 1.63 ล้านล้านบาท แต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน เที่ยวบินไม่เพียงพอ ปัญหาด่านชายแดน และความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าไทยอาจต้องรอถึงปี 2574 เป็นต้นไป จึงจะกลับไปแตะ 40 ล้านคนอีกครั้ง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งในปี 2569 และปี 2570 แต่สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศคู่แข่งในเอเชีย

แม้เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสขยายตัวประมาณ 2.2-2.5% โดยระดับ 2.5% มีความเป็นไปได้สูง จากแรงสนับสนุนของการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ AI และ Data Center การส่งออก และมาตรการภาครัฐ แต่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญกลับยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายเดิม

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า ปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 31.5 ล้านคน ลดลง 4.5% จากปีก่อนที่มีเกือบ 33 ล้านคน และต่ำกว่าระดับ 32-34 ล้านคนที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ผลักดันต้นทุนพลังงานและค่าโดยสารเครื่องบินให้สูงขึ้น รวมถึงปัญหาความสามารถในการแข่งขันของไทยเอง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2570 นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาขยายตัว 7.9% อยู่ที่ประมาณ 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านคน และสร้างรายได้ประมาณ 1.632 ล้านล้านบาท แต่การฟื้นตัวดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน โดยประเมินกรณีเลวร้ายอาจมีนักท่องเที่ยวเพียง 32.57 ล้านคน ขณะที่กรณีดีที่สุดอาจเพิ่มเป็น 35.44 ล้านคน

“ปีหน้าเรายังเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวได้ แต่การจะไปถึง 34 ล้านคนก็ยังมีความเสี่ยง เพราะวันนี้ไทยไม่ได้แข่งขันกับประเทศอื่นได้อย่างโดดเด่นเหมือนในอดีต” นายธนวรรธน์กล่าว

ห่วงเวียดนามแย่งตลาดท่องเที่ยวไทย

นายธนวรรธน์กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือผลสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ประเมินว่าไทยกำลังเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง แม้จะมีการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของตนเองเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีก่อน แต่ประเทศอื่นกลับพัฒนาได้รวดเร็วกว่า

โดยเฉพาะเวียดนามที่กำลังเป็นคู่แข่งสำคัญ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ต้นทุนการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวมองว่าคุ้มค่ากว่า รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินตรงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากตลาดต่างประเทศ

ในอดีตประเทศไทยเคยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 40 ล้านคน ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แต่ปัจจุบันการกลับไปสู่ระดับดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวของไทย

นอกจากนี้ ไทยยังต้องแข่งขันกับญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ซึ่งมีแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่จุดแข็งของไทยด้านการบริการและอัธยาศัยไมตรียังไม่เพียงพอที่จะชดเชยข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา และภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย

“สิ่งที่ต้องกลับมาดูคือ ทำไมประเทศคู่แข่งจึงสามารถดึงนักท่องเที่ยวไปได้มากขึ้น ทั้งที่ไทยยังมีทรัพยากรท่องเที่ยวและการบริการที่ดี เรื่องนี้รัฐบาลและภาคธุรกิจต้องร่วมกันหาคำตอบ” นายธนวรรธน์กล่าว

ผลโพล 59.1% มองไทยแข่งขันด้อยคู่แข่ง

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศจำนวน 368 ราย พบว่า 52.2% มองว่าความสามารถในการแข่งขันของไทยดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในเอเชีย กลับมีถึง 59.1% ที่มองว่าไทยยังด้อยกว่า

อุมากมล สุนทรสุรัติ

เมื่อพิจารณาสาเหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง พบว่า 48.1% มองว่าเกิดจากปัจจัยภายนอกที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สงคราม ขณะที่ 25.3% มองว่าเป็นข้อจำกัดภายในประเทศ ทั้งเที่ยวบิน วีซ่า ด่านชายแดน และความปลอดภัย อีก 21.7% ระบุว่านักท่องเที่ยวหันไปเลือกประเทศคู่แข่ง รวมเป็น 47% ที่สะท้อนปัญหาด้านการแข่งขันและข้อจำกัดที่ไทยสามารถปรับปรุงได้

สำหรับการเปรียบเทียบแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวกับประเทศคู่แข่ง ผู้ประกอบการมองว่าไทยยังเหนือกว่าเวียดนาม โดยมีคะแนนสุทธิบวก 11.2 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ด้อยกว่ามาเลเซีย 17.3 จุด อินโดนีเซีย 18.6 จุด สิงคโปร์ 51.7 จุด เกาหลีใต้ 56.1 จุด จีน 58.3 จุด และญี่ปุ่น 78 จุดเปอร์เซ็นต์

ส่วนปัจจัยที่เป็นจุดแข็งของไทย ผู้ประกอบการ 65.2% มองว่าเป็นเรื่องการบริการและอัธยาศัยไมตรี ขณะที่จุดอ่อนสำคัญคือความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา 49.2% ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย 47.6% การบังคับใช้กฎหมายและปัญหานอมินี 47.6% รวมถึงจำนวนเที่ยวบินและที่นั่ง 37.8%

คาดท่องเที่ยว 40 ล้านคน ต้องรอถึงปี’74

นางอุมากมลกล่าวว่า เมื่อสอบถามถึงแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2570 ผู้ประกอบการ 50.5% คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 33-34.9 ล้านคน ขณะที่ 34.5% ประเมินว่าอาจมีนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 33 ล้านคน และมีเพียง 15.1% ที่มองว่าจะมีนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 35 ล้านคนขึ้นไป

ส่วนโอกาสกลับไปมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน พบว่ามีเพียง 10.6% ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นภายในปี 2572 ขณะที่ 32.2% คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2574-2575 อีก 30.4% มองว่าจะเกิดขึ้นหลังปี 2575 และ 9.1% เห็นว่าไทยอาจไม่กลับไปถึงระดับ 40 ล้านคนอีกแล้ว

ด้านรายได้ของธุรกิจท่องเที่ยวในปี 2570 ผู้ประกอบการ 65.2% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2569 แต่กลุ่มผู้ประกอบการที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 20.1% ยังมองว่ารายได้อาจลดลง

ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวที่ผู้ประกอบการมองว่ามีศักยภาพมากที่สุดในปีหน้า คือ จีน 43.3% รองลงมาเป็นอาเซียน 26.9% และอินเดียกับเอเชียใต้ 16.7%

ทั้งนี้ ข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2569 มีจำนวน 25.46 ล้านคน ลดลง 4.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1.241 ล้านล้านบาท ลดลง 2.85% แต่รายได้เฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคนต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.82% จาก 47,865 บาท เป็น 48,738 บาท สะท้อนว่ารายได้ต่อทริปที่เพิ่มขึ้นสามารถชดเชยจำนวนคนที่ลดลงได้บางส่วน

เจาะ 5 ตลาดหลัก มาเลเซีย-เกาหลีใต้ทรุด

นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ามีจำนวน 23.20 ล้านคน ลดลง 3.8% หรือประมาณ 916,019 คน โดยการหดตัวรุนแรงขึ้นทุกไตรมาส จากไตรมาสแรกติดลบ 2.4% ไตรมาส 2 ติดลบ 4.4% และไตรมาส 3 ติดลบ 5% ขณะที่เดือนกันยายนลดลง 10.5%

หากพิจารณา 5 ตลาดหลัก พบว่าจีนเป็นตลาดเดียวที่ขยายตัว 15.2% มีนักท่องเที่ยว 3.94 ล้านคน ขณะที่รัสเซียลดลง 0.1% อินเดียลดลง 2.5% มาเลเซียลดลง 15.2% และเกาหลีใต้ลดลง 25.4%

วิเชียร แก้วสมบัติ

ตลาดมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่น่ากังวล เนื่องจากนักท่องเที่ยวลดลงถึง 528,346 คน เหลือ 2.95 ล้านคน สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 ข่าวขาดแคลนน้ำมันในไทย ความล่าช้าของการผ่านแดนสะเดา รวมถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่กระทบความเชื่อมั่นในการเดินทาง

ส่วนอินเดียได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งลดลง ส่งผลให้ไตรมาส 3 นักท่องเที่ยวอินเดียหดตัวถึง 17.6% แม้ในภาพรวม 9 เดือนแรกจะลดลงเพียง 2.5%

ขณะที่เกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการบินและค่าโดยสารที่สูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเลือกเดินทางระยะใกล้ เช่น ญี่ปุ่นและจีน ส่งผลให้ยอดเดินทางมาไทยลดลงถึง 25.4%

สำหรับตลาดจีน แม้จะขยายตัว 15.2% แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีก่อน และยังมีข้อจำกัดด้านภาพลักษณ์ความปลอดภัย โดยข้อมูลเดือนตุลาคมเริ่มส่งสัญญาณว่านักท่องเที่ยวจีนกลับมาหดตัวอีกครั้ง

เปิดตัวเลขรัสเซีย เวียดนามจี้ไทยติด

นายวิเชียรกล่าวว่า ตลาดรัสเซียเป็นอีกกรณีที่สะท้อนความสามารถในการแข่งขันของเวียดนามอย่างชัดเจน โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยประมาณ 1.27 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางไปเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 160.6% อยู่ที่ประมาณ 1.13 ล้านคน

จากเดิมที่เวียดนามมีนักท่องเที่ยวรัสเซียประมาณ 4.3 แสนคน ทำให้ช่องว่างระหว่างไทยกับเวียดนามลดลงอย่างมาก โดยเวียดนามได้รับประโยชน์จากการเพิ่มเที่ยวบินตรงเชื่อมกับเมืองต่าง ๆ ของรัสเซีย ขณะที่ไทยยังพึ่งพาการต่อเครื่องผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางไปเวียดนามเพิ่มขึ้น 33% และนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางไปเวียดนามเพิ่มขึ้น 18.1% สวนทางกับการเดินทางมาไทยที่ลดลง สะท้อนว่าประเทศคู่แข่งกำลังเพิ่มส่วนแบ่งจากตลาดที่เคยเป็นฐานสำคัญของไทย

“เราต้องกลับมาดูว่าเหตุใดเวียดนามจึงดึงนักท่องเที่ยวจากหลายตลาดได้มากขึ้น หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป โดยไม่เพิ่มเที่ยวบินตรงหรือปรับปรุงความคุ้มค่า ไทยก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียตลาดเหล่านี้ในระยะยาว” นายวิเชียรกล่าว

จี้รัฐบาลเร่งเพิ่มเที่ยวบิน แก้ด่าน-วีซ่า

ภาคการท่องเที่ยวไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวในปี 2570 จากแนวโน้มที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานอาจคลี่คลายลง รวมถึงฐานนักท่องเที่ยวในปี 2569 ที่อยู่ในระดับต่ำ แต่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไขข้อจำกัดภายในประเทศควบคู่กันไป

โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดมาเลเซีย จีน และอินเดีย ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักในปีหน้า รวมถึงการเพิ่มจำนวนที่นั่งและเที่ยวบินตรง การแก้ไขความล่าช้าที่ด่านชายแดน การกำหนดนโยบายวีซ่าให้ชัดเจนและมีเสถียรภาพ ตลอดจนการปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนสีเทา

สอดคล้องกับผลสำรวจผู้ประกอบการที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งเพิ่มที่นั่งและเที่ยวบินตรงเป็นอันดับแรก มีสัดส่วนคะแนน 21.7% รองลงมาเป็นการแก้ไขปัญหาด่านชายแดน 21.2% การทำให้นโยบายวีซ่าชัดเจน 12.9% การปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนสีเทา 9.4% และการสื่อสารด้านความปลอดภัยให้ตรงกับความกังวลของนักท่องเที่ยวแต่ละตลาด 8.7%

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ 80.5% มองว่าการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF และธนาคารโลกช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทย ขณะที่ 84.6% เชื่อว่า AI สามารถช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวได้ แม้ส่วนใหญ่จะประเมินว่าเป็นการช่วยได้บางส่วน

 ในระยะยาวไทยจำเป็นต้องแข่งขันด้วยความสะดวกในการเดินทาง เที่ยวบินตรง ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มากกว่าพึ่งพาจุดแข็งเดิมเพียงอย่างเดียว เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในปี 2570 จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป และการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อการแข่งขันของไทยด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่องเที่ยวไทย