เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน รีดโรงกลั่น-ขอเงินคลังแทนภาษี

26 ต.ค. 2569 | 06:55น.
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

“นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกและโจทย์ใหญ่ในการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ตั้งแต่การลดพึ่งพาการนำเข้านํ้ามันและก๊าซ การเร่งจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม การผลักดันไฟฟ้าสะอาดและเปิดทางให้ภาคเอกชนซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง ไปจนถึงแนวทางแก้ปัญหากองทุนนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท 

ต้องมีไฟเพียงพอ 

วันนี้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่เรื่องของทฤษฎีหรือแนวคิดที่พูดกันบนเวทีอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเดินหน้า ผมมองว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นเรื่องที่ Practical ด้วยตัวมันเอง วันนี้เราไม่ได้เผชิญแค่ความต้องการพลังงานสะอาดเพื่อไปสู่ความยั่งยืนเท่านั้น แต่เรายังมีความท้าทายเรื่องความมั่นคงของอุปทานพลังงาน และอีกด้านหนึ่งคือ ความต้องการใช้พลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่อย่าง AI, Digital Economy และ Data Center ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัญหารัสเซีย-ยูเครน และความเสี่ยงจากเส้นทางขนส่งพลังงาน เมื่อราคาพลังงานโลกผันผวน ผลกระทบจะส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน 

เราต้องทำสองเรื่องควบคู่กัน เรื่องแรกคือ ลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านอุปทาน ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง ส่วนเรื่องที่สองคือ การหาโอกาส เพราะในวันที่โลกมีความไม่แน่นอนนักลงทุนกลับสนใจประเทศไทยและอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก

ลดน้ำมันนำเข้า-ดัน “EV”

เรามีทางเลือกในการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะเอทานอลจากอุตสาหกรรมน้ำตาลและไบโอดีเซล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันแล้ว ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรในประเทศด้วย ขณะเดียวกันรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานสามารถเกิดขึ้นได้จากแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ โดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนเกิน 30% ของยอดขายรถยนต์ใหม่แล้ว ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในกลุ่ม xEV มีสัดส่วนเกิน 50% ซึ่งเร็วกว่ากรอบเป้าหมาย 30@30 ที่ตั้งเป้าสัดส่วนการผลิตรถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้ 30% ภายในปี 2030

ตลาดเริ่มปรับตัว เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น คนก็หันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ดูแลให้การเปลี่ยนผ่านสร้างประโยชน์กลับมาให้ประเทศด้วย รัฐบาลจึงต้อง “ปรับโครงสร้างภาษีและเงื่อนไขการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า” เพื่อให้ผู้ผลิตที่เข้ามาทำตลาดในไทยเชื่อมโยงกับการผลิตในประเทศ มีการลงทุนโรงงาน และใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น โดยต้องการให้เกิดห่วงโซ่อุปทานคล้ายกับที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเคยสร้างขึ้นมาในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่าย แต่ต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นภายในประเทศด้วย

เจรจานำเข้าเพิ่มก๊าซจากเมียนมา

ส่วนความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของไทยประมาณ 60% ปัจจุบันไทยผลิตก๊าซได้เองประมาณ 60% ของปริมาณที่ใช้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากเมียนมา และส่วนที่เหลือต้องนำเข้า LNG ข่าวดีคือ เรายังผลิตก๊าซเองได้ แต่ข่าวร้ายคือ ก๊าซที่ผลิตได้ยังไม่เพียงพอ และเราต้องนำเข้าอีกส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือ ก๊าซนำเข้าบางส่วนเราไปซื้อในตลาด Spot มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น พอเกิดความขัดแย้งราคาตลาดสูงขึ้น ต้นทุนก็ส่งผ่านมายังค่าไฟฟ้าในที่สุด ดังนั้นเราต้องทำให้มีแหล่งก๊าซที่มั่นคงและเพิ่มสัดส่วนสัญญาซื้อขายระยะยาวที่ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านราคา 

เราจึงเร่งเพิ่มปริมาณก๊าซจากแหล่งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งการพัฒนาแหล่งก๊าซร่วมไทย-มาเลเซีย การเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมบนบกครั้งที่ 25 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ขอนแก่นและอุดรธานี การสำรวจในอ่าวไทย และการเจรจาเพิ่มปริมาณก๊าซจากเมียนมา A6 ซึ่ง ปตท.สผ. ได้เคยสำรวจไว้แล้ว ซึ่งแหล่งก๊าซจากเมียนมาที่เคยส่งให้ไทยรวมกันมากกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ลดลงเหลือประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งผลต่อศักยภาพการผลิตไฟฟ้าของประเทศ เพราะก๊าซทุก 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 700 เมกะวัตต์ การเจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณก๊าซจึงมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว เราต้องบริหารทั้งแหล่งก๊าซในประเทศ ก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้าน และ LNG ที่นำเข้าให้สมดุลกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ต้องไปซื้อก๊าซราคาแพงในตลาด Spot มากเกินไป เพราะสุดท้ายต้นทุนเหล่านี้จะย้อนกลับมาที่ค่าไฟฟ้า

Direct PPA เกิน 2,000 เมก

ส่วนการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA ซึ่งจะไม่จำกัดเฉพาะ Data Center และไม่ยึดเพดาน 2,000 เมกะวัตต์แบบแนวทางเดิม แต่เปิดให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดเข้ามาจับคู่ซื้อขายได้ ภายใต้ขีดความสามารถของระบบโครงข่ายที่รองรับได้ ต่อไปใครผลิตไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพ คุณภาพดี และราคาถูก ก็ควรมีโอกาสขายไฟให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องปรับบทบาทไปสู่การบริหารจัดการโครงข่ายให้ทันสมัย รองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และทำให้ระบบซื้อขายไฟฟ้าสะอาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากไทยสามารถพัฒนาระบบซื้อขายไฟฟ้าสะอาดได้ในอนาคตยังอาจต่อยอดไปสู่การซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน นำไฟฟ้าพลังน้ำจากลาวมาผสมกับพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อให้สามารถส่งมอบไฟฟ้าสะอาดได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมใหม่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดสูง

4 ทางเลือกแก้หนี้กองทุนน้ำมัน

เรากำลังศึกษาหลายแนวทางเพื่อเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและลดภาระการชดเชยราคาน้ำมัน พยายามใช้กลไกที่มีอยู่ก่อนการกู้เงินเพิ่มเติม วันนี้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบประมาณ 100,000 ล้านบาท แต่ถ้าเทียบกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เคยติดลบ 150,000 ล้านบาท ก็ต้องยอมรับว่าเรายังมีทางเลือกในการบริหารจัดการอีกหลายด้าน หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างศึกษาคือ 1.การนำเงินสะสมจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานส่วนที่ยังไม่ได้ใช้มาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันฯ 2.ขอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทาง “นำเงินปันผลจากบริษัทน้ำมัน” ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นมาช่วยบรรเทาผลกระทบ 3.ส่วนการใช้มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันยังเป็นทางเลือกที่รัฐบาลเก็บไว้พิจารณาหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาการลดภาษีลง 3-5 บาทต่อลิตรเป็นเวลานานทำให้รายได้ภาครัฐหายไป 37,000 ล้านบาท และอาจเพิ่มความจำเป็นในการกู้เงินเพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป

4.ระหว่างนี้เราจะนำส่วนต่างผลประโยชน์จากค่าการกลั่นมาช่วยลดแรงกดดันต่อราคาขายปลีกเพิ่มอีก รอบล่าสุดคือ 4 บาทต่อลิตร คิดเป็นเม็ดเงินที่นำมาช่วยแล้วเกือบ 30,000 ล้านบาท ดังนั้น เรื่องการเก็บเงินจากโรงกลั่นในรอบถัดไปก็ต้องเก็บ และผมจะเก็บไปเรื่อย ๆ จนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะดีขึ้น เพราะกลไกนี้ช่วยไม่ให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับขึ้นตามตลาดโลกทั้งหมดในทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุนน้ำมัน โรงกลั่น