ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม หลังเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี ท่ามกลางการส่งออกน้ำมันดิบจากอ่าวอาหรับที่ปรับตัวสูงขึ้น
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความกังวลต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังรายงานจาก UK Maritime Trade Operations (UKMTO) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ระบุว่า เรือ 3 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบ 1 ลำ ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดในพื้นที่ และเพิ่มความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 30 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 90.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.04 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 103.53 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.94 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ธนาคาร Goldman Sachs ประเมินว่าการส่งออกน้ำมันจากอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึงการส่งออกผ่านเรือที่ปิดสัญญาณติดตามตำแหน่ง (Dark Exports) ฟื้นตัวสู่ระดับ 23.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.ย. 69
โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขนถ่ายน้ำมันระหว่างเรือ (Ship-to-Ship Transfer) ทั้งนี้ การส่งออกน้ำมันดิบคิดเป็นเกือบ 90% ของการฟื้นตัวดังกล่าว โดยอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านบาร์เรลต่อวัน
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 25 ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 0.92 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 427.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 0.26 ล้านบาร์เรล
