ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน กระทบอุปทานตะวันออกกลาง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. 69 จากความกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐยืนยันการโจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)
ขณะที่อิหร่านยังคงมีท่าทีแข็งกร้าวและขู่ว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลมากขึ้นต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
โดยสถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การหยุดชะงักที่ยืดเยื้อของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง แม้สหรัฐจะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านทั้งด้านการทหารและเศรษฐกิจ รวมถึงแผนขยายมาตรการคว่ำบาตรและการดำเนินมาตรการต่อภาคการเงินของอิหร่าน
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 1 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 90.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.46 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 94.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงทวีความรุนแรงเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่ออุปทานน้ำมัน โดยมีรายงานว่ากองกำลังทหารรัสเซียได้ทำการโจมตีทางอากาศในกรุงเคียฟ และพื้นที่โดยรอบของยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันที่รัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างหนัก
ทั้งนี้ รัสเซียยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก และเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงเป็นปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก
ตลาดยังคงจับตาตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) โดยนักวิเคราะห์คาดว่าน้ำมันดิบคงคลังจะลดลงประมาณ 800,000 บาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ส.ค. 69 ซึ่งหากตัวเลขออกมาลดลงตามคาด อาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น
