ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐ-อิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% หลังจากการปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก
ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 69 กองกำลังสหรัฐได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธ 2 แห่งบนเกาะลารักของอิหร่าน หลังพบว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดติดทุ่นระเบิดลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
โดยการโจมตีดังกล่าวถือเป็นการกลับมาโจมตีครั้งแรกของสหรัฐ นับตั้งแต่ช่วงเดือนปลายเดือน ก.ค. 69 ขณะที่อิหร่านได้มีตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐ 2 แห่งในจอร์แดน รวมถึงโจมตีฐานทัพอากาศ อัล มินฮัด ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 69 ส่งผลให้ตลาดกลับมามีความกังวลเกี่ยวกับภาวะหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลกอีกครั้ง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 31 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 85.76 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.36 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 90.49 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า จำนวนเรือสินค้าที่สามารถติดตามได้ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวันในช่วงสุดสัปดาห์ จากจำนวน 14 ลำในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการเดินเรือท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเรือบางส่วนได้ปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี
ขณะที่การเดินเรือส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงเรือขนาดเล็ก นอกจากนี้สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO)รายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 69 ซึ่งนับเป็นการถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้ความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกเพิ่มสูงขึ้น
ประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 69 ว่า สหรัฐจะนำน้ำมันที่บรรลุข้อตกลงกับเวเนซุเอลามาใช้เเติมคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ซึ่งปรับลดมาอยู่ที่ราว 290 ล้านบาร์เรล ณ วันที่ 21 ส.ค. 69 ใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี
นอกจากนี้ มีรายงานว่าบริษัทพลังงานหลายแห่ง ได้แก่ Chevron และ GE Vernova จากสหรัฐฯ, ONGC จากอินเดีย, Eni จากอิตาลี และ Geopark จากโคลอมเบีย กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับเวเนซุเอลาหลังจากเจรจามาหลายเดือนเพื่อเสริมสร้างโครงการพลังงานในประเทศเวนเนซุเอลา
