ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปทานมีแนวโน้มตึงตัวน้อยลง
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับลด หลังอุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มตึงตัวน้อยลง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับลดลง หลังตลาดผ่อนคลายกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มตึงตัวน้อยลง หลังล่าสุด Goldman Sachs ระบุว่า การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้ฟื้นตัวกลับมาสู่ประมาณ 2 ใน 3 ของระดับก่อนเกิดสงครามแล้ว ส่งผลให้ผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อราคาน้ำมันดิบโลกมีความรุนแรงน้อยกว่าที่กังวลกันก่อนหน้านี้
ปัจจุบันการส่งออกน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันจากภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 15-16 ล้านบาร์เรล ต่อวัน โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เพิ่มขึ้นด
โดยนักวิเคราะห์ของ Goldman Sachs ระบุว่าการเพิ่มขึ้นมาจากการเดินเรือแบบการขนส่งที่ปิดหรือจำกัด การส่งสัญญาณติดตามตำแหน่งเรือ (Dark Crossing) และการขนถ่ายน้ำมันระหว่างเรือกลางทะเล (Ship-to-Ship Transfers) สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตและผู้ขนส่งน้ำมันกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 28 ส.ค. 2569 อยู่ที่ 83.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.13 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 89.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.39 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่ล่าสุด Vortexa เผยว่าค่าเฉลี่ยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 7 วันล่าสุดอยู่ใกล้เคียงระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ Trader ในตลาดเผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นจากระดับราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงกลางเดือน ก.ค. 69 มาอยู่ที่ระดับ 7-8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สัญญาณการปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนถึงอุปทานที่มีแนวโน้มตึงตัวน้อยลง แม้ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่
Baker Hughes เผยจํานวนแท่นขุดเจาะนํ้ามันดิบสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 28 ส.ค. 69 ปรับลดลง 5 แท่นจากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 447 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น 5 แท่น จากสัปดาห์ก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 132 แท่น
