เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดมติ กขค. ฟัน “ยักษ์อีคอมเมิร์ซ” ใช้อำนาจตลาดไม่เป็นธรรม? ปมแคมเปญส่งฟรีพิเศษ-คืนคอยน์
Economic เปิดมติ กขค. ฟัน “ยักษ์อีคอมเมิร์ซ” ใช้อำนาจตลาดไม่เป็นธรรม? ปมแคมเปญส่งฟรีพิเศษ-คืนคอยน์
“แอร์เอเชีย” อัดโปรฯ ลดสูงสุด 27% ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบินฉลองสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน
Business “แอร์เอเชีย” อัดโปรฯ ลดสูงสุด 27% ทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบินฉลองสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก 17 ปีซ้อน
“พิพัฒน์” ลั่นแผนย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ได้เห็นในรัฐบาลนี้แน่
Economic “พิพัฒน์” ลั่นแผนย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ไป “แหลมฉบัง” ได้เห็นในรัฐบาลนี้แน่
“บางกอกแอร์เวย์ส” คว้า 2 รางวัล “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก-เอเชีย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
Business “บางกอกแอร์เวย์ส” คว้า 2 รางวัล “สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก-เอเชีย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
รถไฟนำร่องเส้นทาง “แหลมฉบัง–หนองคาย” โมเดลต้นแบบ ดึงเอกชนร่วมเดินรถ
Economic รถไฟนำร่องเส้นทาง “แหลมฉบัง–หนองคาย” โมเดลต้นแบบ ดึงเอกชนร่วมเดินรถ
ตั้งรับดอกเบี้ยสหรัฐ
Finance ตั้งรับดอกเบี้ยสหรัฐ
ฮือฮา “ตระกูลดัง” ขายที่ดินมรดกย่านแจ้งวัฒนะ แปลงใหญ่ สวยที่สุด 6,700 ล้าน
Real Estate ฮือฮา “ตระกูลดัง” ขายที่ดินมรดกย่านแจ้งวัฒนะ แปลงใหญ่ สวยที่สุด 6,700 ล้าน
เปิดวิชั่น ‘นายกบ้านจัดสรร’ มุ่งอสังหาฯรักษ์โลก-จัดระเบียบต่างชาติ
Real Estate เปิดวิชั่น ‘นายกบ้านจัดสรร’ มุ่งอสังหาฯรักษ์โลก-จัดระเบียบต่างชาติ
‘เงาะโรงเรียน GI’ จ.สุราษฎร์ฯ สหกรณ์ปั้นตลาดกระจายผลผลิต
Economic ‘เงาะโรงเรียน GI’ จ.สุราษฎร์ฯ สหกรณ์ปั้นตลาดกระจายผลผลิต
ผีหลงทาง ?
คุยกับเอกราช ผีหลงทาง ?
ดูทั้งหมด

เอกนิติไม่ล้มรถเก่าแลกรถใหม่ ลดเงินดาวน์ ‘แท็กซี่-มอไซค์’ อีวี

19 ส.ค. 2569 | 06:45น.

“เอกนิติ” เดินหน้าโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” มอบปลัดคลังดูรายละเอียด เน้นกลุ่มรถแท็กซี่-มอเตอร์ไซค์ เปลี่ยนเป็นรถอีวี-ไฮบริด ผลิตในประเทศ วงในเผยเล็งช่วย “ลดเงินดาวน์” ตามแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน ภายใต้เงินกู้ 2 แสนล้าน พร้อมกันนี้ขุนคลังสั่งเร่งปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถนำเข้า แก้ปัญหาแข่งขันไม่เป็นธรรม กลุ่มลงทุนตั้งฐานผลิตในไทย คาดชัดเจนภายใน ก.ย.นี้ หวังดึง “โตโยต้า” ไม่ย้ายฐาน 

เดินต่อ “รถเก่าแลกรถใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐบาลเตรียมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ภายใต้ พ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้านบาท โดยหนึ่งในโครงการที่เคยหยิบยกขึ้นมาก่อนหน้านี้คือมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” แต่ได้มีการปรับแผนไม่ได้เปิดโครงการสำหรับประชาชนทั่วไป แต่จะมุ่งเน้นมาที่กลุ่มรถสาธารณะและรถจักรยานยนต์  

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ขณะที่ได้มอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ซึ่งขณะนี้รายละเอียดยังไม่ชัดเจน ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม ปลัดคลังกำลังพิจารณา

พุ่งเป้า “แท็กซี่-มอเตอร์ไซค์”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่นั้นยังอยู่ระหว่างหาข้อสรุปให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาประเด็นเรื่องการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วที่ต้องหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีตอนนี้มีแนวทางว่าโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” จะดำเนินการโดยเน้นที่รถขนส่งสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถตู้ รถแท็กซี่ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของรถจักรยานยนต์ด้วย โดยส่วนของรถเมล์ รถตู้ จะเป็นโครงการของกระทรวงคมนาคมที่จะเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า 

 สำหรับรถแท็กซี่และรถมอเตอร์ไซค์ กระทรวงการคลังจะมีโครงการช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อซื้อรถ ทำได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ช่วยเหลือด้วยการช่วยลดเงินต้นซึ่งจะทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนลดลง 2.การช่วยเหลือผ่านการลดเงินดาวน์ ที่ผู้ซื้อรถจะจ่ายเงินดาวน์น้อยลง และ 3.การช่วยเหลือลดภาระไฟแนนซ์ ที่จะช่วยลดดอกเบี้ยทำให้เงินผ่อนต่องวดลดลง 

“มาตรการอุดหนุนทำได้ทั้ง 3 รูปแบบ แต่เบื้องต้นคาดว่าอาจช่วยส่วนลดเงินดาวน์ อย่างไรก็ดีต้องรอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ที่ปลัดคลังเป็นประธานเคาะ คาดว่าจะมีการประชุมในเร็ว ๆ นี้ จากนั้นก็เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติใช้เงินกู้ส่วนที่เป็นแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มีวงเงินรวม 200,000 ล้านบาทมาดำเนินการต่อไป โดยโครงการนี้ต้องเห็นผลชัดเจนว่าสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เท่าไหร่ เพื่อเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจริง ๆ” แหล่งข่าวกล่าว

จีน-ญี่ปุ่นเข้าร่วมได้หมด

แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนมีอยู่เกือบ 3 หมื่นคัน ทั้งที่อยู่กับสหกรณ์และแท็กซี่ส่วนบุคคล ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นรถอีวี หรือรถไฮบริดก็ได้ ซึ่งคงต้องมีการเจรจากับค่ายรถต่าง ๆ ให้ช่วยลดราคาด้วย เพื่อให้คนขับแท็กซี่ที่เช่ารถขับจ่ายค่าเช่าในราคาถูกลงได้ด้วย  

“โปรเจ็กต์นี้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจะสามารถเข้ามาร่วมได้หมด ทั้งค่ายอีวีจีนและค่ายญี่ปุ่นที่ทำรถไฮบริด” แหล่งข่าวกล่าว

ขึ้นภาษี “รถ” นำเข้า ก.ย.นี้

นอกจากนี้นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ให้ปลัดกระทรวงการคลัง และนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต พิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์บางรายการ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ผลิตในประเทศ โดยแก้กฎกระทรวง ภายใต้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ทำให้ผู้ใช้รถนำเข้าต้องจ่ายแพงกว่า พร้อมกันนี้คาดว่าอาจทำให้กระทรวงการคลังจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น โดยสั่งการให้เร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ 

พร้อมยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นข้อกังวลของกระทรวงการคลังมาตลอด เนื่องจากสภาพการณ์ของโลกที่มีการแข่งขันทางการค้าและการกีดกันทางการค้า โดยไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) อยู่กับหลายประเทศ ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าได้เท่าประเทศอื่นที่ไม่มี FTA และไม่สามารถขึ้นภาษีนำเข้าเหมือนอย่างที่สหรัฐทำได้ 

“เรามีอีกเครื่องมือคือภาษีสรรพสามิต จึงคิดว่าแม้ภาษีนำเข้าจะเป็นศูนย์ แต่เราสามารถขยับภาษีสรรพสามิตได้ จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยทำให้เกิดการผลิตและจ้างงานในประเทศ วันนี้มีข้อเรียกร้องจากผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งตรงกับแนวคิดที่กระทรวงคลังจะทำ” 

นายเอกนิติกล่าวว่า เพราะจากที่รัฐบาลดึงการลงทุนเข้ามาผลิตในประเทศที่มีทั้งค่ายเดิมและค่ายใหม่ ซึ่งผู้ผลิตก็บอกว่าอุตส่าห์มาลงทุน ตั้งโรงงาน ขยายการลงทุน ทั้งรถไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และอีวี แม้กระทั่งค่ายรถอีวีจีนที่มาลงทุนจนเริ่มผลิตและส่งออกแล้ว ก็บอกว่าโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ใช้อยู่ไม่แฟร์กับค่ายรถที่มาตั้งฐานผลิตในประเทศไทย จึงเป็นที่มาของการเสนอขึ้นภาษีสรรพสามิต

“ผมว่าอาจจะยิงนัดเดียวได้นกหลายตัว ที่สำคัญคือช่วยการผลิตในประเทศ การจ้างงาน และซัพพลายเชน”

โดยจะปรับขึ้นภาษีบางประเภท เพราะจากที่โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บางประเทศเน้นส่งออกไปยังประเทศอื่น ประเทศที่ไม่มีเขื่อนกั้น ก็จะทำให้เกิดการนำเข้ามาก  

สภาพัฒน์ยอมรับต้องปรับเปลี่ยน

ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่าประเทศไทยกับญี่ปุ่นพึ่งพากันมานาน ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยเติบโตในวันนี้ก็มาจากบริษัทยานยนต์ญี่ปุ่นที่มาลงทุนในไทย โดยซัพพลายเชนที่เกิดขึ้นตลอด 30 ปีมานี้มีการขยายตัว ทั้งในทางกว้างและทางลึก เชื่อว่านักลงทุนน่าจะคำนึงถึงจุดนี้ หากจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ไม่พร้อมเท่าไทย

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทางญี่ปุ่นคิดว่าไทยยังเป็นฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งกรณีกระทรวงการคลังออกมาตรการช่วยอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในประเทศ ช่วยให้การผลิตในประเทศ และลงทุนในประเทศขยายตัวดีขึ้น  

โดยยอมรับว่าปัจจุบันการเก็บภาษีนำเข้าทำไม่ได้มาก จากการที่ไทยทำข้อตกลง FTA ไว้กับหลายประเทศ และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศที่มีการปรับลดภาษี อย่างไรก็ดีมาตรการส่งเสริมการตั้งฐานผลิตในไทยจะมุ่งเป้าเรื่องการจ้างงาน การส่งออกสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ มากกว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล

นายดนุชากล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกรถยนต์ที่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์สันดาปนั้น เป็นผลจากการที่หลายประเทศกำหนดเงื่อนไขเรื่องการปล่อยคาร์บอนเข้มข้นขึ้น จึงกระทบกับการส่งออกรถยนต์ รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

“จากมาตรการอีวี 3.0 และ 3.5 เรามีเงื่อนไขให้เอกชนที่เข้าร่วมต้องลงทุนโรงงานในประเทศด้วย ซึ่งเป็นการบังคับให้ตั้งฐานการผลิตในไทย ส่วนเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบในหลาย ๆ ส่วนนั้น เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไทยยังผลิตไม่ได้ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า เช่น มอเตอร์และตัวขับเคลื่อน จึงอาจต้องมีการอำนวยความสะดวกในช่วงแรก และจะปรับตัวเรื่อย ๆ ให้มีการผลิตในประเทศมากขึ้น”