เศรษฐกิจใต้ Q3 โตต่อ ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุดปี’70
ธปท.ชี้เศรษฐกิจใต้ Q3/69 ยังขยายตัวจากไตรมาสก่อน ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยวแรงหนุน หวั่นสงครามฉุดปี’70 เสนอปั้น “หาดใหญ่เมดิคอลทัวริซึ่ม” ดันอาชีพดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเบรกเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน ห่วงกระทบท่องเที่ยวชายแดน 80%
นางณิชนาฏ ภูลสนอง ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ไตรมาส 3 ปี 2569 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน โดยมีแรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่เติบโต โดยเฉพาะช่วงต้นไตรมาสจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ขณะที่ภาคเกษตรขยายตัวตามราคายางพาราและปาล์มน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงภาคการค้าและการท่องเที่ยวขยายตัว โดยค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนภาคการผลิตและการส่งออกขยายตัวเล็กน้อย ตามการผลิตน้ำมันปาล์มและไม้ไฟเบอร์บอร์ด
จับตาสงคราม-เอลนีโญฉุด ศก.ปี’70
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจภาคใต้ โดยภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง ส่งผลให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิตอุตสาหกรรมหดตัว
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2570 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงต่อเนื่อง จากความเสี่ยงเอลนีโญที่อาจทำให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ กระทบผลผลิตภาคเกษตร ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอและผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากภาคการท่องเที่ยวและการผลิตอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่คาดว่าจะฟื้นตัว
ห่วงเก็บค่าเหยียบแผ่นดินกระทบชายแดน
ต่อมาได้มีข้อเสนอแนะให้ ธปท.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเห็นว่าควรออกแบบมาตรการให้เหมาะสมและไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีรูปแบบการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 80% เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวและประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้า-ออกเป็นประจำ
โดยเฉพาะ จ.สงขลา มีผู้เดินทางผ่านแดนจำนวนมาก และบางส่วนเดินทางเข้า-ออกหลายครั้งต่อเดือน แม้ผู้ใช้บอร์เดอร์พาสในพื้นที่รอยต่อจะมีข้อยกเว้น แต่ยังต้องพิจารณารูปแบบการจัดเก็บให้สอดคล้องกับลักษณะการเดินทางจริง
ชูอาชีพดูแลผู้สูงอายุ-ดันหาดใหญ่ Medical Tourism
นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการฝึกอบรมวิชาชีพร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อรองรับประชาชนและนักศึกษาที่กำลังว่างงาน โดยเฉพาะอาชีพดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงตามแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันค่าจ้างบุคลากรดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อวัน แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร
สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งภาคเอกชนในพื้นที่นำเสนอแนวคิดมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่เห็นความคืบหน้าเท่าที่ควร ขณะที่หลายจังหวัดเดินหน้าไปมากแล้ว
ทั้งนี้ หาดใหญ่มีศักยภาพจากการเป็นจุดหมายปลายทางด้านบริการทางการแพทย์ของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซียและอินโดนีเซียที่เดินทางเข้ามาใช้บริการโรงพยาบาลและคลินิกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรักษาพยาบาลและศัลยกรรมตกแต่ง เช่น การเสริมใบหน้าและหน้าอก ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มีกำลังซื้อสูงและมักเดินทางมาเป็นกลุ่ม ส่งผลดีต่อธุรกิจที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจภาคใต้