ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
ICOMOS ประเดิมตรวจเชียงใหม่วันแรกเจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ พร้อม On-Site สำรวจ 3 โบราณสถาน “วัดเชียงมั่น-วัดเจดีย์หลวง-วัดพระสิงห์” ศูนย์กลางมรดกโลก 730 ปี ด้านเทศบาลนครเชียงใหม่ ยันพร้อม 100% รับการตรวจประเมิน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรก (4 สิงหาคม 2569) ของการลงพื้นที่ประเมินเชิงลึกโดย ศาสตราจารย์ ดร.ชาริฟ ชัมส์ อิมมอน (Prof. Dr. Sharif Shams Imon) ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ในการพิจารณา “เชียงใหม่” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
สำหรับการลงพื้นที่ตลอดช่วงเช้าและบ่ายวันนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญได้สำรวจสภาพข้อเท็จจริงบริเวณเขตคูเมือง กำแพงเมืองเชียงใหม่ และกลุ่มโบราณสถานตามแผนการประเมิน โดยเน้นความเงียบสงบและเป็นอิสระในการเก็บข้อมูล ขณะที่บรรยากาศโดยรอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวเชียงใหม่ในพื้นที่ได้ร่วมมือกันดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและต้อนรับอย่างอบอุ่น
การประเมินครั้งนี้ สิ่งที่เชียงใหม่นำเสนอและเป็นหัวใจสำคัญคือ คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (OUV) ในฐานะ “เมืองประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต (Living Heritage)” ที่ยังคงรักษารูปแบบผังเมือง ภูมิปัญญาการจัดการน้ำ และการสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่แตกต่างจากมรดกโลกแห่งอื่นในประเทศไทย


นายบวรเวท รุ่งรุจี นายกสมาคมอิโคโมสไทยและประธานคณะทำงานขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บรรยากาศการลงพื้นที่ตรวจประเมิน “เชียงใหม่” วันแรก ของคณะผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) เริ่มต้นช่วงเช้าด้วยการประชุมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเกณฑ์ OUV และขอบเขตการนำเสนอ ก่อนนำคณะเข้าชมศูนย์ข้อมูล ณ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ เพื่อฉายภาพรวมของเมืองประวัติศาสตร์
จากนั้นในช่วงบ่ายได้นำคณะผู้ตรวจลงพื้นที่จริงบริเวณคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ ทั้งชั้นในและชั้นนอก ซึ่งยังคงความสมบูรณ์ทั้ง 4 ทิศ รวมถึงลงสำรวจ (On-site) จุดสำคัญอย่าง ประตูท่าแพ ที่ได้รับการบูรณะตามหลักฐานภาพถ่ายโบราณ และ แจ่งศรีภูมิ เพื่อชี้ให้เห็นโครงสร้างป้อมปราการมุมเมือง
นายบวรเวท ระบุว่า คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับ “ระบบการจัดการน้ำโบราณ” ของเชียงใหม่ ทั้งประเด็นการผันน้ำจากดอยสุเทพผ่านห้วยแก้วและคลองแม่ข่า เข้าสู่คูเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนระบายออกทางทิศตะวันออกลงสู่แม่น้ำปิง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เตรียมหลักฐานทางวิชาการชี้แจงไว้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ คณะได้เข้าประเมิน “วัดเชียงมั่น” เป็นวัดแรก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในฐานะวัดแห่งแรกที่พญามังรายมหาราชทรงสร้างขึ้นหลังสถาปนาเมืองเชียงใหม่ และเป็นโบราณสถานที่มีพระสงฆ์จำพรรษาสืบทอดวิถีชีวิตมานานกว่า 730 ปี ก่อนจะเดินทางไปตรวจประเมินต่อที่ วัดเจดีย์หลวง และ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
นายบวรเวท กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจตั้งข้อสังเกตเรื่องอาคารบางแห่งในเขตเมืองเก่ามีความสูงเกินข้อกำหนดเทศบัญญัติ 12 เมตรนั้น ทางทีมงานได้ชี้แจงชัดเจนว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างมาก่อนการออกกฎหมายควบคุม ซึ่งผู้ตรวจรับฟังและเข้าใจเป็นอย่างดี ทำให้การประเมินวันแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยความเรียบร้อย

นางสาวกานต์ชนก ประกาศวุฒิสาร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าบรรยากาศการลงพื้นที่ On-site ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS ในวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีบรรยากาศการทำงานร่วมกันที่ดี โดยผู้เชี่ยวชาญได้บันทึกรายละเอียดและตั้งคำถามเจาะลึกในหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่
โดยประเด็นสำคัญที่ ICOMOS ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ ระบบการระบายน้ำภายในสี่เหลี่ยมคูเมือง การดูแลรักษาวัดโบราณสถานในเขตเทศบาล แนวเขตติดต่อกำแพงเมือง ตลอดจนกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับผังเมือง ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เตรียมข้อมูลและไขข้อข้องใจได้อย่างครบถ้วน พร้อมยืนยันว่าการดูแลรักษาความสะอาด การปรับปรุงทัศนียภาพ และการดูแลโครงสร้างพื้นฐานบริเวณทางเข้าโบราณสถาน เป็นภารกิจที่เทศบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงการจัดเตรียมเพื่อรองรับการตรวจประเมินเท่านั้น
นางสาวกานต์ชนก กล่าวว่า สำหรับความคาดหวังในการดันเชียงใหม่สู่มรดกโลก แม้ขั้นตอนการพิจารณาตัดสินใจ จะเป็นกระบวนการในระดับสากลของ UNESCO และคณะกรรมการมรดกโลก แต่ในส่วนของเทศบาลนครเชียงใหม่ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อมและทำงานอย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนให้การลงพื้นที่ตรวจประเมินครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด
ทั้งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS จะปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่สำรวจทั้ง 7 วัดสำคัญและคูเมือง-กำแพงเมืองเชียงใหม่ อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ก่อนจะสรุปข้อมูลเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในปี 2570 ต่อไป


