มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
“มาคาเลียส” ชี้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง การแข่งขันสุดดุเดือด ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวเจอโจทย์หิน ทั้งการกระตุ้นยอดขาย การรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ หันใช้การตลาดแบบ “Voucher Economy” ระบบการซื้อขายผ่านอี-โวเชอร์ กระทั่งกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับการพัฒนาเป็นเครื่องมือด้าน Revenue Management ธุรกิจท่องเที่ยวยุคใหม่

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรวมอี-โวเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แต่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร รถนำเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ ประสบปัญหาการแข่งขั้นที่สูง และเผชิญความท้าทายในการกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้ามีพฤติกรรมมองหาการท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่า ได้ประสบการณ์ใหม่ แต่เน้นราคาที่ถูกลงเพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้มากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวนี้ส่งผลให้ “Voucher Economy” หรือระบบการซื้อขายผ่านอี-โวเชอร์ กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการบริหารธุรกิจท่องเที่ยวในยุคใหม่ ซึ่งบทบาทของอี-โวเชอร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเครื่องมือส่งเสริมการขายหรือการจัดโปรโมชั่นอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาเป็นเครื่องมือด้าน Revenue Management ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
“ที่ผ่านมาหลายคนอาจมองว่าโวเชอร์คือการลดราคา แต่ในมุมของผู้ประกอบการโวเชอร์คือเครื่องมือในการบริหารรายได้และการบริหารอุปสงค์ ที่ช่วยสร้างยอดขายโดยไม่จำเป็นต้องลดราคาปกติของสินค้าและบริการอีกต่อไป” นางสาวณีรนุชกล่าว
นางสาวณีรนุชกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มนำอี-โวเชอร์มาใช้ในการบริหารยอดขายในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เช่น การกระตุ้นยอดขายในช่วง Low Season การจำหน่ายแพ็กเกจเฉพาะช่วงเวลา การกำหนดจำนวนสิทธิ หรือการกำหนดเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อเพิ่มอัตราการใช้บริการ (Utilization Rate)
โดยยังสามารถรักษาระดับราคาปกติของแบรนด์ไว้ได้ แตกต่างจากการลดราคาหน้าร้านที่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของผู้บริโภคในระยะยาว
และนอกจากการบริหารราคาแล้ว อี-โวเชอร์ ยังช่วยคาดการณ์รายรับให้กับผู้ประกอบการ ทำให้ธุรกิจสามารถวางแผนการตลาด หรือบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจบริการที่มีต้นทุนคงที่สูง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว
ขณะเดียวกันฝั่งผู้บริโภคเองก็มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่มองหาส่วนลดเฉพาะช่วงแคมเปญใหญ่ กลายเป็นการวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าผ่านการซื้ออี-โวเชอร์ ทั้งสำหรับที่พัก ร้านอาหาร รถเช่า คาเฟ่ สปา รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อควบคุมงบประมาณและเลือกใช้บริการในเวลาที่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่า “โวเชอร์” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
โดยจากสถิติยอดจำหน่ายโวเชอร์ของมาคาเลียสในปี 2026 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน พบว่า หมวดที่พักมีการเติบโตของยอดซื้ออี-โวเชอร์เพิ่มขึ้น 50% โดยจังหวัดที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ พัทยา และจากการสำรวจยังพบว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมท่องเที่ยวในวันธรรมดา และนิยมท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มใช้โวเชอร์เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าการรอโปรโมชั่นในช่วงเทศกาล
นางสาวณีรนุชกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น การบริหารรายได้ผ่านแพลตฟอร์มอี-โวเชอร์จะกลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวในระยะยาว ไม่เพียงเพื่อเพิ่มยอดขาย แต่ยังเป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” ควบคู่ไปกับ “คุณภาพของประสบการณ์” มากกว่าที่เคย
ทั้งนี้ บริษัทมองว่า Voucher Economy จะมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้นในอนาคต เพราะช่วยสร้างสมดุลระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค ผู้ประกอบการสามารถบริหารรายได้และรักษามูลค่าของสินค้าและบริการ ขณะที่ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าและมีความยืดหยุ่นในการวางแผนการเดินทางมากขึ้น