นายอำเภอท่ามะกา ร่วมสืบสานพิธีโบราณ “เผาตากล้วย 109 ปี” เปิดเมรุใหม่วัดสำนักคร้อ ชาวบ้านแห่ทำบุญคึกคัก
พระปลัดชลธี อคฺควีโร เจ้าอาวาส วัดสำนักคร้อ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี สืบสานคติความเชื่อโบราณ จัดพิธีเปิดเมรุใหม่ด้วยพิธี “เผาต้นกล้วย” จำลองเป็นชายชราอายุ 109 ปี ในชื่อ “คุณตากล้วย ร่ำรวยทรัพย์” จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรม 3 คืน ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจ โดยมีพระผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งศรัทธา สะท้อนคุณค่าของประเพณีท้องถิ่นและพลังความสามัคคีของชุมชน
พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ วัดสำนักคร้อ ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับความเมตตาจากพระราชวิสุทธาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าอาวาสวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นางอรทัย วงศ์วัชรมงคล นายอำเภอท่ามะกา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายสำรวย อินทร์นะนิสา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะคร้ำเอน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธี
ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่พิธี “เผาตากล้วย” ซึ่งเป็นการนำต้นกล้วยมาแกะสลักและตกแต่งให้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ก่อนจำลองเป็นชายชราผู้มีอายุยืนยาวถึง 109 ปี ตั้งชื่อว่า “คุณตากล้วย ร่ำรวยทรัพย์” โดยกำหนดประวัติสมมุติให้เกิดในปี พ.ศ. 2460 และสิ้นอายุขัยในปี พ.ศ. 2569 พร้อมจัดพิธีตามรูปแบบงานศพ ตั้งแต่การนำร่างจำลองบรรจุโลง การสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงพิธีฌาปนกิจในวันเปิดเมรุใหม่

ตามคติความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมาในท้องถิ่น พิธีเผาต้นกล้วยในโอกาสเปิดเมรุใหม่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์เกี่ยวกับการปัดเป่าสิ่งไม่ดี ความทุกข์โศก และเคราะห์ร้าย เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่เป็นสิริมงคล ขณะที่ชื่อ “ร่ำรวยทรัพย์” ยังสื่อถึงความปรารถนาให้ผู้มาร่วมงานและชุมชนประสบความเจริญรุ่งเรือง
เรื่องราวของคุณตากล้วยยังสร้างความสนใจให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญ โดยมีผู้หยิบยกตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับประวัติสมมุติ อายุ และวันประกอบพิธีมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามความเชื่อส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม เรื่องโชคลาภเป็นเพียงความเชื่อและคำบอกเล่าของผู้ร่วมงาน ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการประกอบพิธีจะนำมาซึ่งโชคลาภจริง
นอกจากการเปิดเมรุใหม่แล้ว วัดสำนักคร้อยังเปิดใช้ศาลาธรรมสังเวช ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและบำเพ็ญกุศลแก่ผู้วายชนม์ โดยมีพระปลัดชลธี อคฺควีโร เจ้าอาวาสวัดสำนักคร้อ พร้อมคณะสงฆ์ ไวยาวัจกร และคณะกรรมการวัด ร่วมดำเนินงานและต้อนรับประชาชน
การจัดงานครั้งนี้จึงมิได้มีความหมายเพียงการประกอบพิธีตามคติความเชื่อโบราณ หากยังเป็นเวทีที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน ตลอดจนความร่วมมือของภาครัฐและประชาชนในการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่
ขณะเดียวกัน เรื่องราวของคุณตากล้วยยังชวนให้ระลึกถึงหลักธรรมเรื่องความไม่เที่ยงของชีวิต ไม่ว่ามนุษย์จะมีอายุยืนยาวหรือมีทรัพย์สินมากมายเพียงใด ท้ายที่สุดทุกคนย่อมต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ควรค่าแก่การสืบทอดจึงไม่ใช่เพียงทรัพย์สมบัติ แต่คือคุณงามความดี การแบ่งปัน และความสามัคคีที่สร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
พิธีเปิดเมรุใหม่วัดสำนักคร้อครั้งนี้ จึงเป็นอีกภาพสะท้อนของศรัทธาที่เชื่อมโยงประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนในชุมชน พร้อมส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป
ลิ้งค์ภาพบรรยากาศงาน