“เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE” เปิดมุมมอง “ ไบโอชาร์ – คาร์บอนเครดิต ” ทางเลือกใหม่เสริมรายได้ภาคเกษตร
ในวันที่โลกเกษตรเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสภาพภูมิอากาศที่คาดเดายาก ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันทางการตลาดที่เข้มข้น การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ จึงไม่ใช่แค่ปลูกเป็นหรือเลี้ยงเก่งเท่านั้น แต่ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าผลผลิต มองหาโอกาสทางธุรกิจ และปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง

“เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้จัดงานสัมมนาแห่งปีในหัวข้อ “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ อาคารข่าวสด และมติชนอคาเดมี จตุจักร กรุงเทพฯ งานสัมมนาครั้งนี้อัดแน่นเนื้อหาใหม่ที่ “ลึกกว่า” และ “เข้มข้นกว่า” ครั้งไหนๆ จากเกษตรกรตัวจริง นักวิชาการ และผู้ประกอบการที่ลงมือทำจนเกิดผลลัพธ์ มีเกษตรกร ผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่กว่าร้อยราย มาร่วมเปิดประสบการณ์ กลับบ้านไปพร้อมความรู้และแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม เพราะมองเห็นโอกาสใหม่ในการทำเงินและสร้างรายได้ในอนาคต
งานนี้ออกแบบมาให้มากกว่าการนั่งฟังสัมมนา ช่วงเช้า เวลา 10.00-12.00 น. ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมทำกิจกรรมเวิร์กช็อป 5 ห้องเรียนสร้างอาชีพ ครอบคลุมทั้งการผลิต การแปรรูป และการต่อยอดสินค้าเกษตร ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกห้องเรียนให้ตรงกับความสนใจและเป้าหมายของตัวเอง เพื่อเก็บเกี่ยวแนวคิดที่นำไปทดลองทำหรือพัฒนาเป็นอาชีพได้ต่อไป ได้แก่ ห้องที่ 1 “เปลี่ยนใบไม้เป็นเงิน รับซื้อ-ขายสมุนไพร” เรียนรู้โอกาสทางการค้าจากพืชสมุนไพร ห้องที่ 2 “ผลิตถ่านไบโอชาร์จากไผ่” ทำความรู้จักการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เป็นวัสดุปรับปรุงดิน ห้องที่ 3 “ถอดรหัสเลี้ยงชันโรง แมลงเศรษฐกิจทำเงิน” เรียนรู้การเลี้ยงแมลงผสมเกสรที่ต่อยอดได้ทั้งน้ำผึ้งและบริการผสมเกสร ห้องที่ 4 “เทคนิคบ่มฝักวานิลลาพรีเมียม” เปิดมุมมองการเพิ่มมูลค่าให้พืชที่มีตลาดเฉพาะ ขณะที่ ห้องที่ 5 “คราฟต์โซดาทำเองได้ โคล่ามะปี๊ด” ชวนรู้จักการสร้างสรรค์เครื่องดื่มจากวัตถุดิบท้องถิ่น

ช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. เจาะลึก Net Zero Agriculture เมื่อเกษตรต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ภายในเวทีสัมมนาเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม และการจัดการทรัพยากรเข้ากับอนาคตของภาคเกษตร เริ่มด้วยการบรรยายพิเศษ “เกษตรไทยยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยดาต้า โตด้วยเทคโนโลยี” โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เจาะลึกการใช้เทคโนโลยีที่แม่นยำ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่ “ความมั่นคงทางอาหาร” และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
สร้างรายได้จากต้นไม้ ด้วย “คาร์บอนเครดิต”
จากนั้น เวลา 13.30-14.30 น. เวที Talks “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” โดย ดร.อัมพร โพธิ์ใย นักวิจัยอาวุโสและหัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการตลาดคาร์บอน (DIT) ร่วมกับ คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ จังหวัดขอนแก่น ดำเนินรายการโดย คุณลีนา นาคะวิโรจน์ อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง TikTok “สาวใต้ปลูกต้นไม้”
ดร.อัมพร กล่าวว่า เกษตรกรต้องวางกรอบความคิดใหม่ว่า การปลูกป่าต้องหวังเนื้อไม้ก่อน ส่วนคาร์บอนเครดิตเป็นเพียงผลพลอยได้หรือดอกเบี้ยเท่านั้น หากคิดเช่นนี้จะไม่ขาดทุน ท่านจะกำไร 100% นอกจากนี้ยังต้องระวังข้อผูกพันในสัญญาที่ไม่สามารถเปลี่ยนสภาพแปลงปลูกได้ตามใจชอบ และควรตรวจสอบความโปร่งใสผ่านรหัสโครงการของ อบก. (TGO) เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ
ด้าน คุณธนพิสิฐ ใจกว้าง ปธ.วิสาหกิจชุมชนบ้านท่าลี่ จ.ขอนแก่น แชร์ประสบการณ์จริงจากพื้นที่ว่า ชุมชนดูแลรักษาต้นไม้ใน “ธนาคารต้นไม้” ที่มองต้นไม้เป็นหลักทรัพย์และความมั่นคงของครัวเรือน ค่อยๆ ถูกยกระดับและพัฒนาต่อเนื่องจนกลายมาเป็น “ธนาคารคาร์บอน” กุญแจสำคัญที่ทำให้เข้าร่วมโครงการ T-VER ได้สำเร็จ คือการรวบรวมสมาชิกและจัดทำระบบฐานข้อมูลแปลงต้นไม้จริงอย่างเป็นรูปธรรม การรวมตัวกันในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของรายย่อย ทำให้เกิดพื้นที่ผืนใหญ่ที่มีพลังในการต่อรองและสามารถเข้าถึงขั้นตอนการประเมินที่ซับซ้อนได้ การสร้างคาร์บอนเครดิตของชุมชนจึงไม่ใช่แค่การรอรับรายได้เสริม แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังการดูแลสิ่งแวดล้อมของชาวบ้านสามารถแปลงเป็นมูลค่าที่ตรวจสอบได้จริง

เปลี่ยนเศษไม้ เป็นถ่านไบโอชาร์ ชุบชีวิตดินพัง
เวลา 14.30-15.30 น. เป็นช่วงเวที “เปลี่ยนเศษไม้ในสวนเป็นถ่านไบโอชาร์ สูตรกู้ดินโทรม ปลูกพืชเงินล้าน” โดย คุณเจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ หรือ “น้องเจนทำฟาร์ม” และ คุณณัฐวุฒิ จันทร์เรือง เจ้าของจันทร์เรืองฟาร์ม
ในตอนหนึ่ง คุณเจนนิเฟอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันดินส่วนใหญ่ประสบปัญหาอัดแน่นและเสื่อมโทรมจากการขาดแคลนอินทรียวัตถุและช่องว่างอากาศ วันนี้วิกฤตดินเสื่อมโทรมกระจายไปทั่วประเทศ “ไบโอชาร์” (Biochar) คือทางออกสำคัญที่เข้ามาตอบโจทย์การฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะรูพรุนมหาศาลในไบโอชาร์จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างอากาศในดิน ช่วยให้ดินร่วนซุยขึ้น และที่สำคัญ ไบโอชาร์จะไม่ย่อยสลายไปง่ายๆ แต่อยู่คงทนในดินได้ยาวนานเป็นร้อยเป็นพันปี
คุณณัฐวุฒิ กล่าวถึงผลงานเตาผลิตไบโอชาร์ ขนาด 200 ลิตรที่ทำขึ้นเอง ความพิเศษอยู่ตรงที่วัตถุดิบเชื้อเพลิงเริ่มต้น ใช้ ‘ไบโอแก๊ส’ ที่ได้จากการหมักเศษอาหาร นำมาจุดให้ความร้อนในเตาแรกก่อน พออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม้ในเตาจะเริ่มคายแก๊สออกมา จะดึงไปใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดเตาที่สองต่อ ทำให้ตลอดกระบวนการเผาไม่มีควันรบกวนเลย เพราะมันคือการเผาไหม้แก๊สที่สมบูรณ์ เตาชุดนี้ ให้ความร้อนสูงสุดได้ถึง 470 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะบริเวณแกนกลางเตา ความร้อนจะพุ่งสูงถึง 600–700 องศาเซลเซียส ซึ่งนี่คือกระบวนการหลักที่ทำให้เกิดไบโอชาร์คุณภาพสูง

ทำได้จริง !! เกษตรไซซ์เล็ก สู่เกษตรมูลค่าสูง
เวลา 15.30-16.00 น. ปิดท้ายกับเวที “เกษตรไซซ์เล็ก พลิกพื้นที่จำกัดสู่เกษตรมูลค่าสูง” โดย คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla House จังหวัดนครปฐม ที่จะถ่ายทอดแนวทางปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ต้องการทดลองปลูกข้างบ้าน หรือเริ่มเรียนรู้ก่อนขยายการผลิตในอนาคต เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่า การทำเกษตรมูลค่าสูงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่เสมอไป แต่ต้องเข้าใจพืชและวางแผนให้เหมาะกับทรัพยากรที่มี

Green Market แลกเปลี่ยนไอเดียธุรกิจทำเงิน
สำหรับโซน Green Market เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์นวัตกรรม พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเกษตรกรและผู้ผลิตโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือแนวทางต่อยอดธุรกิจของตัวเอง ภายในงาน มีเกษตรกรต้นแบบด้านไบโอชาร์ได้แก่ สวนจันทร์เรือง สวนไผ่โป๋ยแจ่ม และ RegenSoil ของ “น้องเจนทำฟาร์ม” นำสินค้ามาโชว์ ซึ่งผู้สนใจได้ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์และสอบถามแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับการผลิตของตนเอง
บพท. รวพ. โชว์ 2 นวัตกรรม “ผึ้งชันโรง-เกาะหัวใจเกื้อกูล”
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. ได้จัดแสดง 2 ผลงานวิจัยไฮไลต์สำคัญ สู่การยกระดับรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน อันได้แก่
1. นวัตกรรมผึ้งชันโรงยกระดับมูลค่าสูง (BeeSugar & น้ำผึ้งมรกต) ผลงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) ได้ค้นพบ “น้ำผึ้งมรกต” จากดอกเสม็ดขาวครั้งแรกของโลก ต่อยอดสู่นวัตกรรมอาหารฟังก์ชัน แคปซูลน้ำผึ้งมรกต สเปรย์พ่นคอลดการอักเสบ และเซรั่มยับยั้งสิว ช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
2. โมเดลการพัฒนาประมงพื้นบ้าน “เกาะหัวใจเกื้อกูล” (เกาะปูลาโต๊ะบีซู)
ผลงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) มุ่งแก้ปัญหาหนี้สินผูกพันของประมงพื้นบ้านเกาะปูลาโต๊ะบีซู จ.นราธิวาส เปลี่ยนสตรีที่ไม่มีรายได้ให้มีอาชีพแปรรูปอาหารทะเล ยกระดับคุณภาพชีวิตกว่า 119 ครัวเรือน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง
ดูแลสุขภาพด้วย สมุนไพรและสินค้าสินค้าออร์แกนิก
ด้านสายสมุนไพรและสินค้าออร์แกนิก พบกับ คุณนุช-ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร 63” ผู้ต่อยอดอาชีพรับซื้อสมุนไพรจนสร้างรายได้หลักล้าน พร้อมนำผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชาชง และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาให้เลือกซื้อ ขณะที่ “สวนศิลป์หนองมน” โดย ป้าจันทร์-ลภัสรดา ทศรัศมิ์ นำเสนอแนวคิดเกษตรอินทรีย์ที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูดิน และการดูแลสุขภาพด้วยการพึ่งพาตนเอง ผ่านผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร สินค้าออร์แกนิก น้ำหมัก และน้ำซอสธัญพืชเพื่อสุขภาพ

น้ำผึ้งป่าธรรมชาติ มีค่ามากกว่าความหวาน
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจคือการชิม “น้ำผึ้งป่าธรรมชาติ” จากบำรุงสุขฟาร์ม โดย คุณเบนซ์-วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ นักสะสมน้ำผึ้งที่รวบรวมตัวอย่างน้ำผึ้งจากป่าและฤดูกาลต่างๆ มากกว่า 400 ชนิด พร้อมถ่ายทอดความหลากหลายของกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันตามแหล่งที่มา เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้สนใจได้สัมผัสว่าน้ำผึ้งธรรมชาติมีเอกลักษณ์มากกว่าความหวาน และสามารถต่อยอดเป็นเรื่องราวสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้
งาน “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE เกษตรไม่เหมือนเดิม” ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมการฟังสัมมนา แต่คือพื้นที่แห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกภาคส่วนได้ลุกขึ้นมาเก็บเกี่ยวไอเดียและค้นหาโอกาสที่เหมาะกับตัวเองได้ ให้กลายเป็น “มูลค่าทางธุรกิจ” ได้อย่างแท้จริง