สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซ็นเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
สบู่เบนเนท ประกาศยุติบทบาท “บุ๋ม ปนัดดา” จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ หลังร่วมงานกันมานานกว่า 20 ปี พร้อมถอดสื่อโฆษณาที่ปรากฏภาพบุ๋มออกจากทุกช่องทางการสื่อสารของบริษัท ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
หลังจากมูลนิธิองค์กรทำดี ของ บุ๋ม ปนัดดา ตกเป็นข่าวถึงเรื่องความโปร่งใสของเงินบริจาค และกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมาย
ล่าสุด บริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตสบู่เบนเนท โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของสบู่เบนเนท ถึงการยุติบทบาทการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
เอกสารดังกล่าว ระบุว่า “จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
บริษัท พาภิญโญ กรุ๊ป จำกัด จึงขอประกาศยุติบทบาทการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป พร้อมทั้งดำเนินการถอดสื่อโฆษณาที่ปรากฏภาพของ คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ออกจากทุกช่องทางการสื่อสารของบริษัท
บริษัทขอขอบพระคุณผู้บริโภคทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผลิตภัณฑ์เบนเนทด้วยดีเสมอมา”

สำหรับบุ๋ม ปนัดดา ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของสบู่เบนเนทมามากกว่า 20 ปี โดยสบู่เบนเนท ให้ข้อมูลว่า ภาพลักษณ์ของบุ๋ม ปนัดดา ตรงกับ Concept ของสบู่เบนเนทที่เป็นคนพูดตรง ๆ สวย ฉลาด เป็นภาพลักษณ์ของผู้หญิงสมัยใหม่ เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย และสบู่เบนเนทเอง ก็ดูแลสุขภาพผิวด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนสโลแกน “อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” ซึ่งเป็นสโลแกนยอดฮิตที่ได้ยินกันมาตลอด มาจากการที่ได้บุ๋ม ปนัดดา เป็นพรีเซ็นเตอร์และสบู่เบนเนทอยากได้คำที่สื่อถึงตัวตนของบุ๋ม ปนัดดา มากที่สุด
ในภาพยนตร์โฆษณาชิ้นแรกของสบู่เบนเนทจึงใช้คำว่า “บุ๋มเป็นคนพูดตรง ๆ อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี” แต่คนทั่วไปมักจะจำประโยคหลังได้ จึงเหลือแค่ “อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” และกลายเป็นสโลแกนยอดฮิตของสบู่เบนเนท จนถึงปัจจุบัน
การใช้พรีเซ็นเตอร์มาอย่างยาวนานของสบู่เบนเนท นำไปสู่ความสำเร็จในการดันยอดขายสบู่เบนเนทขึ้นครองอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานถึง 11 ปีซ้อน (ข้อมูล ณ ธันวาคม 2568)
ที่ผ่านมา แบรนด์เบนเนทและบุ๋ม ปนัดดา มีความสัมพันธ์อันดีทั้งในมิติภาพลักษณ์และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยบริษัทได้ร่วมสนับสนุนและมอบเงินบริจาคแก่ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ของบุ๋ม ปนัดดา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาพความสนิทสนมในเชิงธุรกิจและครอบครัวระหว่างผู้บริหารระดับสูงอย่าง คุณชาย ปราบเล่ง เจ้าของสบู่เบนเนท ที่เคยร่วมแสดงความยินดีและมอบของขวัญรับขวัญบุตรของพรีเซ็นเตอร์สาวในวาระสำคัญต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี การตัดสินใจปลดพรีเซ็นเตอร์และถอนสื่อโฆษณาอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ สะท้อนถึงมาตรการของภาคธุรกิจในการปกป้องภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Equity) และการบริหารความเสี่ยงวิกฤต (Crisis Management) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตัวบุคคลผู้เป็นตัวแทนแบรนด์กำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว